ข้อสังเกตุเมื่อต้องเปลี่ยนยาง

ยางรถยนต์เป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมรถยนต์ของ เราไว้กับพื้นถนน และยังต้องแบกรับทั้งน้ำหนักตัวรถ-เครื่องยนต์
ที่มีสูงกว่าน้ำหนักยางอย่างน้อย 50 เท่า ดังนั้นเราจึงควรเอาใจใส่ และเลือกยางที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
หน้าที่หลักของยางรถยนต์ 4 ประการ ตั้งแต่รับน้ำหนักรถยนต์และบรรทุก
ลดแรงกระแทกและสั่นสะเทือนจากพื้นถนน ถ่ายทอดพลังงานขับเคลื่อนลงสู่พื้นถนน
และทำให้รถเปลี่ยนทิศทางได้ตามต้องการ
เทคนิคการเลือกยางแบบมืออาชีพ
1. ขนาดของยาง
ก่อนซื้อยางเส้นใหม่อันดับแรกต้องดูความต้องการของเจ้าของรถเป็นหลัก
ว่าจะใช้ยางขนาดเดิมที่เคยใช้หรือจะเปลี่ยนขนาดให้ใหญ่ขึ้น หรือหน้ากว้างมากกว่าเดิม
การเปลี่ยนยางที่ขนาดผิดเพี้ยนแตกต่างไปจาก เดิมนั้น มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง
อยู่นั่นก็คือความสามารถในการรับน้ำหนัก ซึ่งจะต้องใกล้เคียงหรือสามารถทำได้ดีกว่าเดิม
ผลเสียจากการเปลี่ยนขนาดยางผิดขนาด
– เล็กไป ความสามารถในการรับน้ำหนักลดลง สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
มาตรวัดความเร็วคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
-ใหญ่ไป ยางเสียดสีกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรถ พวงมาลัยหนักขณะใช้ความเร็วต่ำ
มาตรวัดความเร็วคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

2.การเลือกดอกยาง
ลักษณะของดอกยางรถยนต์แต่ละประเภท
-ดอกยางแบบสวนทางลักษณะค่อนข้าง เป็นดอกละเอียด เน้นความนุ่มสบาย
มีเสียงค่อนข้างเงียบเมื่อสัมผัสพื้นถนน แต่ดอกยางประเภทนี้ไม่เหมาะกับรถซิ่ง
เพราะจะมีอาการโยนตัวของรถเป็นของแถมมาด้วย
-ดอกยางแบบหมุนไปทางเดียวดอกยางลักษณะนี้ มีประสิทธิภาพ
ในการรักษาสมดุลของรถในช่วงความเร็วสูงได้อย่างยอดเยี่ยม รีดน้ำได้ดี มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะ
บนถนนมากกว่าดอกยางแบบสวนทาง
-ดอกยางแบบไม่สมมาตร มี ลักษณะเด่นคือ ให้ความมั่นใจในการยึดเกาะ
และรักษาสมดุลของรถในขณะโยนตัวเมื่อเข้าโค้งได้ดี สามารถป้องกันอาการหลุดโค้งได้ดีมาก ดอกยางลักษณะ
ด้านในและด้านนอก จะไม่เท่ากัน ซึ่งเหมาะกับทางโค้งมากกว่าทางตรง
แต่ก็จะมีเสียงดังใกล้เคียงกับ ดอกยางแบบหมุนไปทางเดียว เช่นกันฃ

3. อายุของยาง
อายุของยางดูได้จากแก้มยาง จะมีตัวเลขบอกสัปดาห์และปีที่ผลิตอยู่ เช่น 152015 หมายความว่า
ยางผลิตในสัปดาห์ที่ 15 ของปี 2015 ตัวเลขยิ่งมากหมายความว่ายางยังสดใหม่อยู่ สามารถใช้งานได้อีกนาน
แต่ถึงแม้ว่าจะผลิตมาแล้ว 1-2 ปี การใช้งานก็ยังเป็นปกติอยู่ ไม่ได้เสื่อมลง
ความสามารถในการยึดเกาะถนนแทบไม่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่ควรเกิน 3 ปี จะดีที่สุด…

Read More

การเตรียมรถก่อนออกเดินทางให้ปลอดภัย

การเตรียมรถยนต์ก่อนที่จะนำออกไปวิ่งในท้องถนนถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ นอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถแล้ว
สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นเรื่องที่จำเป็น
โดยเฉพาะกับการเดินทางไปท่องเที่ยวให้ปลอดภัยยิ่งต้องเต็มตัวให้พร้อ
ม วันนี้เรามาแนะนำถึงสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนที่จะออกเดินทาง
1.ร่างกายต้องพร้อม
อันดับแรกต้องเป็นเรื่องของร่างกายผู้ขับขี่
ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด
ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวที่ห้ามขับรถ
ยกตัวอย่างเช่นหากคุณกำลังเจ็บป่วยไม่สบาย
ก็อาจจะส่งผลให้การสมรรถภาพในการขับขี่นั้นลดน้อยลง
และยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูง ดังนั้นอันดับแรก
ก็ต้องมาเตรียมพร้อมร่างกายของตัวเองกันก่อนเลย
ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์
หลีกเลี่ยงทุกสิ่งที่จะทำให้เจ็บป่วยไม่สบายได้
รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะช่วง 3
วันก่อนออกเดินทาง
เพราะหากนอนน้อยหรือนอนดึกจะเกิดความง่วงสะสม
ซึ่งอาจเกิดการหลับในขณะที่กำลังขับรถได้นั่นเอง
2.เช็คลมยางรถยนต์
การเช็คลมยางถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องเช็คให้ดีก่อนออกเดินทาง
เพราะหากลมยางอ่อนเกินไป
จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายในระหว่างการขับรถเที่ยวได้
โดยเฉพาะเมื่อต้องขับรถในระยะทางไกลด้วยแล้ว
เพราะหากรถมีลมยางอ่อน เมื่อต้องขับรถในระยะทางไกลอย่างต่อเนื่อง
จะทำให้ยางเกิดความร้อนขึ้นมา จนเกิดการระเบิดได้ในที่สุด
3.ตรวจสอบสภาพรถยนต์

นอกจากเช็คลมยางแล้วควรตรวจสอบในเรื่องของสภาพรถยนต์ให้พร้อ
มที่สุด ดูว่าเสียงเครื่องมีปัญหาอะไรไหม
ตรวจเช็คน้ำมันเครื่องหรือส่วนอื่นๆ
เช่นเบรกรถซึ่งถือว่าอันตรายมากหากขับรถในขณะที่เบรกรถหมด
หรือมีปัญหาในการเบรก เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูง
ไม่ว่าจะขับรถด้วยความระมัดระวังมากแค่ไหนก็ตาม
ดังนั้นจึงควรตรวจสอบเบรกรถก่อนออกเดินทางอยู่เสมอ
โดยดูว่าสภาพเบรกเป็นอย่างไร สามารถเบรกได้ปกติดีหรือไม่
ทั้งนี้หากพบว่าเบรกรถมีปัญหา ควรนำไปซ่อมแซมแก้ไขให้เรียบร้อย
ก่อนจะนำออกไปขับ
4.สำรวจเส้นทาง
หากในกรณีที่คุณต้องขับขี่ไปยังเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
การรู้เส้นทางล่วงหน้าย่อมทำให้สามารถขับรถเที่ยวได้อย่างรวดเร็วทัน
ใจมากขึ้น และยังปลอดภัยกว่าการไม่รู้เส้นทางเลย
นั่นก็เพราะว่าก่อนออกเดินทางได้สำรวจไว้แล้วว่าต้องขับรถไปตามเส้น
ทางไหนบ้าง และมีตรงจุดไหนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหรือไม่
5.เตรียมพร้อมสิ่งที่จำในยามฉุกเฉิน
การเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ
ที่ต้องใช้หากเกิดในกรณีที่รถเสียหรือยากแตก
เช่นการเตรียมยางสำรองเอาไว้ อุปกรณ์ช่างในการเปลี่ยนยาง
และหากฉุกเฉินจริงๆ
ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ที่เอาใช้ขอความช่วยเหลือเช่นเบอร์ตำรวจทาง
หลวงหรืออะไรอื่นๆ…

Read More

การดูแลรถให้มีอายุยืน

ถ้าเรามีวิธีรักษาและดูแลรถและหมั่นคอยตรวจสอบ บางปัญหาอาจจะไม่เกิดขึ้น
อีกทั้งยังเป็นการถนอมรถที่เรารักให้มีสภาพที่ดีและอยู่กับเราอีกนาน เพื่อความไม่ประมาท
บทความนี้จึงมีวิธีการดูแลรักษารถเบื้องต้นแบบง่ายๆฉบับคนรักรถมาแนะนำกัน
วิธีการดูแลรถเพื่อให้รถคงสภาพที่ดี
1.หากจอดรถไว้นาน ใช้ขาตั้งยกรถเป็นตัวค้ำเวลาจอด เพราะยางรถยนต์จะถูกกดในจุดเดียวทำให้ยางเสียทรง
ต้องเปลี่ยนใหม่
2. จอดรถในที่ร่ม เพื่อไม่ให้รถร้อน หรือจะเลือกใช้รถเป็นสีที่คายความร้อนเช่นสีสว่างเป็นมันเงาดูก็ได้

3. ทำความสะอาดแผงหน้าปัดด้วยผ้าชุบน้ำพอหมาด และหมั่นดูดฝุ่นในรถเสมอ

4.เคลือบเบาะหนังเพื่อให้รถดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ

5.แก้ปัญหาไฟท้ายมีร่องรอยด้วยการเอาเทปซึ่งขายในร้านอุปกรณ์สำหรับรถมาติด
ก่อนที่น้ำจากฝนจะรั่วซึมเข้ามาติดอยู่ภายใน

6. ต่อให้เป็นรถที่ทนทานขนาดไหนก็ไม่ควรบรรทุกของหนักเกินไป
ไม่ว่าจะเป็นที่ท้ายรถหรือมัดไว้บนหลังคาก็ตาม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรจุไม่เกิน 90 กิโลกรัม
7. มองหาผ้ามาคลุมรถทุกครั้งตอนที่เก็บในโรงรถเพื่อรักษาสีให้ดูใหม่นาน ๆ
8. สำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้รถบรรทุกของไปด้วย ควรใช้ผ้าหนา ๆ ปูสักชั้นก่อนใส่ของลงไปด้วย
จะได้ไม่ขูดขีดโดนรถจนเป็นรอย
9.เมื่อมีสิ่งของมากระทบรถ อย่ามองข้ามแม้สิ่งเล็กน้อย เพราะแม้แต่ของอย่างลูกบอลพลาสติก
ก็สามารถทำให้เกิดรอบขนแมวบนรถเราได้ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้มีอะไรมากระทบรถจะเป็นการดีที่สุด
10.กระปุกเก็บน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ต้องมีน้ำมันอยู่ในระดับพอดี
และฝาปิดสนิทก่อนสตาร์ทเครื่องหากเจอความร้อนหลังเครื่องทำงานเข้าไป
อาจยิ่งเพิ่มความดันจนทำให้น้ำมันล้นออกมาได้
11.ไม่ควรเร่งเครื่องในตอนสตาร์ทรถทันที โดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น
หากเป็นไปได้เราควรจะเร่งเครื่องหลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 10 – 20 นาที แล้วจะดีกว่า
12.ไม่ควรที่จะหยุดรถกะทันหัน เพราะจะส่งผลให้ล้อสึกอย่างรวดเร็ว
13.หลีกเลี่ยงการขับรถเร็วในช่วงที่อากาศร้อนจัดหรือเย็นจัด
14.การเคลือบแว็กซ์ที่รถ ก็เป็นการถนอมสีของรถที่ดีมากวิธีการหนึ่ง
ทั้งช่วยให้สีติดทนนานขึ้นและยังป้องกันรอยขูดขัดได้อีกด้วย…

Read More

ยานยนต์.การรักษากระจกรถยนต์ให้ใหม่อยูเสมอ

กระจกรถยนต์มีความสำคัญอย่างมากในการขับรถไปไหนมาไหนต้องทำ
ให้กระจกรถของเราใหม่อยู่เสมอเพื่อการมองทางที่เห็นได้ชัดเจน
เพื่อให้มีความปลอดภัยในทุกที่ที่เราไปเเละมาดูกันว่าการรักษากระจกรถ
ยนต์ให้ใหม่อยู่เสมอควรทำอย่างไรบ้าง
สิ่งเเรกที่ควรดูคือใบปัดน้ำฝน เป็นสิ่งแรกที่เจ้าของรถนึกถึงเมื่อฝนตก
ใบปัดน้ำฝนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก
เพราะส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของกระจกรถยนต์
ถ้าหลังจากปัดแล้วไม่สะอาด หรือมีเสียงดัง
โอกาสที่จะทำให้กระจกหน้าเป็นรอยมีสูงอย่างมากมาก โดยปกตินั้น
อายุการใช้งานของใบปัดน้ำฝนจะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน
สิ่งที่ต้องระวังคือ การปัดน้ำฝนในจังหวะแรก เพราะคราบสิ่งสกปรกต่างๆ
มักจะเกาะติดอยู่ที่ผิวหน้าของกระจก
ติดอยู่บริเวณใบปัดน้ำฝนจะทำให้กระจกเป็นรอยได้ง่ายมาก
สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือ การฉีดน้ำล้างกระจกก่อนจะทำการปัด
เพราะน้ำจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรก
ควรผสมแชมพูสระผมชนิดไม่มีครีมนวดผสมอยู่
ผสมแชมพูเล็กน้อยเพื่อให้ฟองที่เกิดขึ้นช่วยป้องกันไม่ให้กระจกหน้าเป็น
รอยได้ง่าย
เพราะการที่กระจกหน้าเป็นรอยมันซ่อมแซมและแก้ไขได้ยากมาก
ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีร้านซ่อมกระจก แต่ก็แค่ช่วยบรรเทาได้บ้าง
เราต้องดูเเลให้เป็นอย่างดี

ต้องตรวจสภาพใบปัดน้ำฝน
เมื่อกระจกสะอาดแล้วก็จะได้รู้ว่าใบปัดของคุณเสื่อมสภาพหรือไม่
โดยการลองเปิดที่ปัดน้ำฝนดู
แล้วสังเกตดูว่าหลังจากปัดแล้วกระจกสะอาดหรือไม่
และมีเสียงดังด้วยหรือเปล่า ถ้ามีหรือทั้ง 2 อย่างก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว

เพื่อให้เกิดทัศนวิสัยที่ดี และไม่ทำให้กระจกเป็นรอยภายหลัง
เมื่อเปลี่ยนควรเลือกเปลี่ยนทั้งใบปัด
ไม่ควรซื้อแบบที่เปลี่ยนเฉพาะยางปัดอย่างเดียว

ต่อมาต้องทำอย่างไรเมื่อกระจกหน้าแตก ก็แค่ไปร้านกระจกก็จบ
ซึ่งมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายอย่างนั้นเสมอไป
ปกติรถที่มีประกันชั้นหนึ่ง ไม่ค่อยมีปัญหากรณีกระจกหน้าแตก
เพราะเลี้ยวเข้าร้านกระจกก็จบ
เนื่องจากร้านกระจกส่วนใหญ่จะติดต่อกับบริษัทประกันภัยโดยตรง
บริษัทประกันภัยเองก็ไม่อยากจะให้เจ้าของรถเข้าไปเปลี่ยนกระจกในศูน
ย์บริการโดยตรง
ปกติเวลาที่เรานำรถเข้าไปเปลี่ยนกระจกตามร้านกระจก
ราคากระจกของรถกระบะทั่วๆ ไปก็จะอยู่ประมาณ 3,000-4,500 บาท
ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการคิดราคาของร้าน หลายร้านคิดราคากระจกถูก
การเลือกกระจกอย่างแรกที่สำคัญ คือ ต้องตรงรุ่น อย่างที่ 2 คือ
กระจกต้องมีเครื่องหมาย มอก. เป็นกระจกที่ผ่านมาตรฐาน
ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาตามมา เช่น มีเสียงลมเข้า มีน้ำรั่ว
โดยส่วนมากเมื่อเกิดอาการนี้ เรามักคิดว่าเป็นเพราะการติดตั้งไม่ดี
เราต้องตรวจสอบให้ดีอย่าให้พลาด
นี้คือวิธีการรักษากระจกรถของคุณในเบื้องต้นเราต้องดูเเลรถของเราให้ดี
เพื่อที่จะได้ใช้ไปนานๆ เเละเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง…

Read More

เลกซัส ES ใหม่

เลกซัส ES (Executive Sedan) ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ES ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 7
คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยความสมบูรณ์แบบที่เหนือกว่าเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอก
ด้วยเส้นสายที่ดูสปอร์ตเร้าใจ เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว
สมรรถนะการขับขี่อันสมบูรณ์แบบ
ออกแบบภายใต้แนวคิด “ความสง่างามอันเร้าใจ” เส้นสายจากหลังคาที่ลากมาบรรจบบริเวณช่วงท้ายของตัวรถ
สร้างสัดส่วนที่สมดุล และทำให้ตัวรถดูกว้างและราบต่ำ การออกแบบด้านหน้ารถที่เฉียบคม และด้านข้างที่มีมิติ
ทำให้เลกซัส ES ดูทรงพลัง เชิญชวนให้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ
กระจังหน้าแบบ Spindle grille เสริมความโฉบเฉี่ยว ด้วยไฟหน้าแบบ LED และไฟ DRL (Daytime Running Light)
รูปตัว L เปล่งประกายความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร กลมกลืนกันกับชุดไฟท้าย LED รูปตัว Lที่ตอกย้ำตัวตนแห่งเลกซัสให้ยิ่งชัดเจน
ไฟหน้าแบบ Ultra compact 3-eye LED headlamps ดีไซน์เรียบหรูกะทัดรัด ครบทั้งรูปลักษณ์ที่สวยหมดจดและ
การกระจายแสงที่ดีเยี่ยม มาคู่กับไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่ให้ลำแสงวิ่งเป็นเส้นต่อเนื่อง ตามทิศทางการเลี้ยว
ไฟท้าย LED ดีไซน์รูปทรงตัว L ตอกย้ำตัวตนของเลกซัสให้ยิ่งชัดเจน ออกแบบให้มีมิติและความลึก
ไม่เพียงเพื่อสร้างความแตกต่าง แต่ยังช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกลแม้ในความมืด
Hands-free power trunk lid แม้ว่าจะถือสัมภาระเต็มมือ เพียงแค่มีกุญแจไฟฟ้า
ก็สามารถเปิดปิดฝากระโปรงท้ายได้อย่างอัตโนมัติ โดยแค่ขยับเท้าบริเวณใต้กันชนด้านหลังเท่านั้น
ห้องโดยสารออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด พร้อมจัดวางฟังก์ชั่นต่างๆ โดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง
มาตรวัด/จอแสดงผล EMV หน้าจอ EMV ขนาด 12.3 นิ้ว จะแสดงผลการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ระบบเสียง
และข้อมูลอื่นๆ และจะแสดงข้อมูล ตามฟังก์ชันที่เลือกร่วมกันกับจอแสดงผลออพติตรอนแบบ TFT (Thin Film Transistor) ขนาด 7 นิ้ว…

Read More

ยานยนต์.การดูรถยนต์มือสองให้ใหม่อยู่เสมอ

หากเราต้องการรถยนต์มาใช้งานเเต่เงินไม่มากพอยุคนี้รถยนต์มือสองเป็
นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คิดจะมีรถยนต์ขับ
เเต่ว่าการใช้รถมือสองนั้นเราต้องดูให้ดีว่า
มันสามารถใช้งานตามที่เราต้องการหรือไม่
หรือว่าเรามาใช้เเล้วจะใช้ได้อย่างยาวนานเท่าไร
เเละเรามีงิธีการรักษารถยนต์มือสองให้คงสภาพใหม่อยู่เสมอมาฝากเพื่อใ
ห้คนที่ใช้รถยนต์มือสองได้ใช้งานรถยนต์ของท่านได้นานที่สุด
สิ่งเเรกที่เราต้องดูคือการดูแลภายนอกของรถยนต์
ต้องมีการสำรวจสภาพภายนอก ตรวจสอบในแต่ละวันก่อนการเดินทาง
เช่น ดูลมยาง ไม่มีล้อตำแหน่งใด แบนหรือลมยางอ่อนผิดปกติ
ลมยางต้องเท่ากัน
ควรมีที่วัดลมยางและที่สูบลมจักรยานติดรถไว้วัดลมยางด้วยตนเองเพื่อเป็
นการป้องกันยางอ่อนหรือหากไม่ดีก็ให้รีบเปลี่ยน
เเละที่ต้องตรวจคือสำรวจใต้ท้องรถมีอะไรหลุด ห้อย
สายหรือท่อหรือน็อตหลุด
เเละที่สำคัญควรมีผ้าคลุมรถหรือทำที่จอดรถ อย่าให้รถโดนแดด โดนฝน
รักษารถให้อยู่ในสภาพดีตลอดไป
เพื่อการประหยัดค่าทำสีหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในและขายต่อก็ได้ราคาดี
เรื่องต่อมาคือ การดูแลห้องเครื่องยนต์ ในห้องเครื่อง
ควรเปิดฝากระโปรงรถเพื่อตรวจสอบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะใช้รถเก่า
หรือรถใหม่ก็ตามเเต่ เพราะอาจจะมีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นก็ได้ เช่น
หม้อน้ำรั่วเพราะโดนเศษหินจากรถใหญ่ดีดเข้าใส่หม้อน้ำ
ต้องตรวจสอบ ดูระดับน้ำในหม้อน้ำและถังพักสำรองอย่าให้ขาด
การเติมน้ำในหม้อพักสำรองเอาไว้
อย่าให้เกินระดับที่มีเครื่องหมายกำหนดไว้ เเละหากเป็นกรณีเดินทางไกล
ก็ควรหาถังน้ำติดรถไปพอสมควรและหมั่นตรวจสอบ ทุกที่ที่จอดพักรถ
ดูถังพักน้ำสำรอง ระดับน้ำให้อยู่ในตำแหน่ง Min และ Max ห้ามเกิน

Max เด็ดขาด เป็นการดูเเลรักษาตัวเครื่องยนต์ของเรา

เเละที่สำคัญมากเราควรสังเกตุความผิดปกติขณะขับรถยนต์ อย่างเช่น
การสตาร์ตรถยนต์ หากบิดกุญแจไปตำแหน่ง Start แล้วครั้งเดียวไม่ติด
ต้องรีบตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ดูว่าปกติหรือไม่
หากพร่องมากๆ แม้แบตเตอรี่ยังไม่เสื่อมอายุก็ทำให้สตาร์ตไม่ติดได้
หรือบิดกุญแจแล้วแช๊ะเดียวไม่ติด
ต้องรีบตรวจดูไดสตาร์ตด้วยว่ายังดีหรือไม่หากไม่ดีก็ควรที่จะเข้าศูนย์ทัน
ที
เเละอีกเรื่องที่ควรดูเเลคือระบบแอร์ต้องหมั่นสังเกตุระดับความเย็น
หากความเย็นจากแอร์ลดลงก็ต้องรีบเอาไปเติมน้ำยาแอร์
อย่าปล่อยให้น้ำยาแอร์หมดนะจะเดือดร้อนภายหลัง จนคอมเพรสเซอร์พัง
คราวนี้ว่ากันที่หลักพันเเน่เราต้องระวังให้ดีเพื่อให้เเอร์ของเราได้เย็นสบา
ยไปตลอดการใช้งาน
เเละนี้คือการดูเเลรถยนต์มือสองเพื่อให้มีความใหม่อยู่เสมอเราควรรักษาใ
ห้ดีเพราะว่ารถยนต์ได้ผ่านการใช้งานมาหลายปีเเล้วเราต้องมั่นตรวจสอบ
สิ่งต่างๆที่อยู่ในรถยนต์เพื่อให้เราสามารถใช้รถยนต์ได้นานที่สุด…

Read More

การเลือกฟิล์มติดรถ

ฟิล์มติดรถยนต์หากเลือกไม่เหมาะสม เวลาขับรถในช่วงกลางคืนมักจะเจอปัญหามองไม่ค่อยเห็น
เวลาจะถอยหลังยิ่งลำบากไปใหญ่ เพราะนอกจากแสงข้างนอกไม่พอแล้ว ยังมีความมืดจากฟิมล์ติดรถยนต์
ยิ่งหากช่วงฝนตกนี่อาจทำให้ลำบาก ดังนั้นการเลือกฟิล์มติดรถยนต์จึงสำคัญ และควรเลือกให้ดี
คิดถึงประโยชน์และผลกระทบที่จะได้รับใช่ช่วงขับรถมาเป็นอันดับหนึ่ง
ประโยชน์ของฟิล์มติดรถ
1.ช่วยลดความร้อนภายในรถที่สูงขึ้น
เพราะประเทศไทยมีสภาพ อากาศที่มีอุณหภูมิสูง
และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆแม้กระทั่งในช่วงหน้าหนาวถึงอุณหภูมิจะไม่สูง มากนัก แต่แสงแดดก็ยังแรง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนเป็นระยะเวลานานๆ ก็มีโอกาสได้รับความร้อนจากแสงแดดมากกว่าปกติ
ฟิล์มจึงสามารถช่วยให้อุณหภูมิในรถลดลงได้กว่า 60%เลยทีเดียว
2.ช่วยลดแสงจ้า
ในภาวะที่แดดจัดๆ หรือแม้แต่ตอนเช้าที่แสงแดดอ่อนๆ แสงแดดที่ส่องเข้าตานั้น
ก็ยังเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องขับรถทุกคน เพราะการมองผ่านกระจกออกไปยังถนนที่แสงแดดจัดนั้น
เป็นสาเหตุให้ดวงตาเกิดความเครียด เมื่อยล้า สายตาเสีย ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้
ส่วนผู้ที่ขับขี่รถยนต์ที่ติดฟิล์มกรองแสงนั้น ก็จะเป็นการช่วยลดแสงจ้าทำให้ทัศนวิสัย
หรือการมองเห็นในขณะขับรถมีประสิทธิภาพเต็มที่
3.ป้องกันการแตกร้าวและซีดจาง
อันตรายจาก รังสี UV เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้วัสดุภายในรถยนต์ซีดจางและเสื่อมคุณภาพ ดังนั้น
การติดฟิล์มกรองแสงจะช่วยชะลอการซีดจางของวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งภายในรถยนต์
เป็นการรักษาและยืดอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นการช่วยป้องกันความเสียหายของวัสดุภายในรถไว้ได้
4.ช่วยลดอันตรายจากการแตกกระจายของกระจก
ในเวลาที่เกิด อุบัติเหตุ หากรถเกิดการเฉี่ยวชนจนกระทั่งกระจกแตกร้าว รถที่ติดฟิล์มที่ได้คุณภาพ
จะสามารถช่วยยึดเกาะเศษกระจกที่แตกไว้ด้วยกัน ไม่ให้ร่วงหล่นมาบาดโดนส่วนต่างๆ
ของร่างกายหรือทำอันตรายต่อผู้โดยสารเพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินได้
5.ช่วยให้ความเป็นส่วนตัว
เวลาที่คุณอยากกินข้าว แต่งหน้า หรือร้องเพลง ภายในรถ
ฟิล์มกรองแสงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยบดบังสายตามิให้บุคคลภายมองผ่าน เข้ามาในรถของท่าน
และไม่ให้คนร้ายมองเห็นของหรือทรัพย์สินมีค่าภายในรถของท่านได้
ฟิล์มรถยนต์มีกี่ประเภท
1 ฟิล์มติดรถยนต์แบบย้อมสี  เป็นฟิล์มช่วยลดแสง และช่วยลอดความร้อนได้ เหมือนกันฟิล์มทั่วไป
แต่จะมีลักษณะเป็นสีรุ้ง ต่อพอใช้นานไป จะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
2 ฟิล์มติดรถยนต์แบบมาตรฐาน คือฟิล์มที่เราเห็นตามรถยนต์ทั่วไป คุณสมบัติก็ช่วยลดความร้อน
และสะท้อนความร้อนได้ดี
การเลือกติดฟิล์มรถยนต์
วามชอบแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนเลือกแบบที่เปอร์เซ็นต์สูงไว้ก่อน ก็ติด 80% กลางวันก็ดูดี
แต่จะลำบากมากในช่วงกลางคืนดังนั้นการติดฟิล์มรถยนต์ควรเลือกให้มีผลกระทบต่อการมองเห็นทั้งในช่วงเวลาก
ลางวัน และกลางคืนน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบัน ฟิล์มติดรถยนต์มีเลือกติดแบบ 40%  ,  60%  ,  80%
ตามความต้องการของลูกค้า…

Read More

ข้อควรรู้เมื่อต้องขับรถช่วงหน้าฝน

หน้าฝนเป็นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน
เพราะฝนที่ตกลงมาทำให้ถนนลื่นอันเป็นเหตุให้ระยะในการหยุดรถยาวกว่าปกติอีก
ทั้งยังลดทัศนวิสัยการมองเห็นของผู้ขับขี่ ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยภายนอกที่เราในฐานะผู้ขับขี่ควบคุมไม่ได้
หากแต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและที่สำคัญที่สุดคือต้องปรับวิธีการ ขับขี่ให้สอดคล้องกับสภาวะ เซฟ
ไดรฟเวอร์ เอดูเคชั่น เป็นห่วงผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงหน้าฝนนี้เป็นอย่างยิ่งจึงขอแนะนำวิธีปฏิบัติ
และเทคนิคการขับขี่ในหน้าฝน และการขับรถฝ่าน้ำท่วมขังในหน้าฝน
เทคนิคการขับรถฝ่าน้ำท่วมน้ำขังอย่างปลอดภัย
1. ปิดแอร์ เพราะพัดลมแอร์ที่อยู่หน้าเครื่อง อาจจะพัดน้ำเข้ามาในห้องเครื่อง น้ำที่ถูกพัดเข้ามานั้นอาจจะไปถูก
Sensor ต่างๆ หรืออาจไปถูกสายไฟ จนทำให้ระบบไฟเกิดความเสียหาย
นอกจากนี้ใบพัดอาจพัดไปโดนเศษขยะต่างๆ เช่น กิ่งไม้ ขวดแก้ว ฯลฯ จนทำให้เกิดความเสียหาย ใบพัดแตก
หรือหัก
2. ใช้เกียร์ต่ำขณะขับฝ่าน้ำท่วม โดยใช้แค่เกียร์ 1 หรือ 2 เท่านั้น สำหรับเกียร์ธรรมดา ส่วนเกียร์ออโต้ให้ใช้เกียร์
L หรือ 1 (เกียร์ต่ำสุดของรถแต่ละรุ่น) นอกจากนี้ควรรักษารอบเครื่องเอาไว้ประมาณ 1,500 – 2,000 รอบ
หากรอบเครื่องสูงเกินไปอาจดูดน้ำเข้าห้องเครื่องได้ ให้รักษาความเร็วเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ
3.ลดความเร็ว เมื่อเจอรถสวนทาง เพื่อป้องกันคลื่นชนคลื่น ที่อาจเป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในได้
นอกจากนี้ยังอาจจะไปทำความเสียหายให้กับผู้อื่นได้
4.รักษาระยะห่าง จากรถยนต์ คันหน้าให้มากกว่าปกติ เนื่องจากเรามองอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งอยู่ใต้นำไม่เห็น
นอกจากนี้ระบบเบรก ที่แช่อยู่ในน้ำจะมีประสิทธิภาพต่ำลง
5.เมื่อหลุดพ้นจากพื้นที่น้ำท่วมแล้ว อย่าเพิ่งใช้ความเร็ว
เพราะเบรกที่เปียกน้ำอาจจะยังใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ควรขับช้าๆไปซักระยะ
และควรเหยียบย้ำที่แป้นเบรกบ่อยๆ
เทคนิคการขับรถปลอดภัยในหน้า
1. ตรวจสอบความพร้อมของรถยนต์
เช่น ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ สภาพยางใบปัดน้ำฝน ระดับน้ำฉีดกระจก ระบบเบรค สภาพยาง
ดอกยาง แรงดันลมยาง (ลมยางที่อ่อนเกินไปและดอกยางที่มีน้อยเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพในการรีดน้ำ
ลดลงจะทำให้เกิดการลื่นไถลได้ง่าย)
2. เมื่อฝนตกหนัก ให้เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอก (ถ้ามี) ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน
3. ช่วง 5 นาทีแรกที่ฝนตกใหม่ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนจะลื่นมากกว่าปกติ
4.ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็น ทิ้งระยะห่างขณะขับตามรถคันหน้าให้มากกว่าปกติเป็น 2
เท่า
5. หลีกเลี่ยงการเบรคอย่างกระทันหันและการใช้เบรคโดยไม่จำเป็น…

Read More

วิธีแก้ง่วงและหลีกเลี่ยงอาการหลับใน ขณะขับรถ

ภาวะหลับในหรือการหลับระยะสั้น ๆ เป็นอาการของการสับสนระหว่างการหลับและการตื่น
โดยการหลับเข้ามาแทรกการตื่นอย่างเฉียบพลันโดยไม่รู้ตัวในช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1-2 วินาที
การขับรถที่ใช้เวลานานเกินไปนั่งนานๆด้วยท่าที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความ เมื่อยล้าสะสม
หรือขับในช่วงเวลาบ่ายๆอาจทำให้เกิดความอ่อนเพลียและเกิดอาการหลับในได้
สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหลับใน
อดนอน
การนอนน้อยหรือนอนไม่พอต่ำกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหลับใน
เพราะสมองส่วนธาลามอาจหยุดทำงานสั้น ๆ ชั่วคราว ส่งผลให้เกิดความง่วงกระทันหัน (Sleep Attack)งีบหลับไม่รู้ตัว
ไม่ตอบสนองต่อการรับรู้จนเกิดภาวะหลับในได้ นอกจากนี้ยังทำให้น้ำหนักเพิ่ม เกิดภาวะซึมเศร้า หลอดเลือดสมองตีบ เรียนรู้สิ่ง
ต่าง ๆ ช้าลงหากอดนอนเรื้อรังในระยะยาว

นอนไม่เป็นเวลา
นอนดึกตื่นสาย ส่งผลเสียต่อร่างกาย คือ ฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลง รู้สึกอ่อนเพลียนอนไม่เต็มอิ่ม เช่น
เข้านอนตี 4 ตื่นนอนเที่ยงวัน คุณภาพการนอนไม่ดีเท่ากับเข้านอน 4 ทุ่ม ตื่นนอน 6 โมงเช้า เป็นต้น

เวลาเข้านอนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ส่งผลให้สมองเกิดความจำเสื่อม เพราะปกติสมองจะจำเวลานอนและเกิดความง่วงในเวลานั้น
ถ้าเปลี่ยนเวลเข้านอนบ่อย ๆ จะทำให้เวลานอนไม่ง่วง นอนน้อยลง หลับไม่เต็มอิ่ม เช่น
ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์เข้านอนดึกมากหลังตี 2 ตื่น 9 โมงเช้า ส่วนวันธรรมดาเข้านอน 4 ทุ่ม ตื่นนอนตี 5 เป็นต้น

การรับประทานยา
รับประทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้ภูมิแพ้ ก็มีส่วนทำให้หลับในได้เช่นกัน

การแก้อาการง่วงนอนขณะขับรถ
1.รับประทานของขบเคี้ยวที่มีรสเปรี้ยวหรือดื่มเครื่องดื่มแช่เย็นที่ช่วยให้ สดชื่นกระปรี้กระเปร่า
2.เปิดหน้าต่างรถ เพื่อถ่ายเทอากาศ ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในรถและให้ลมโชยปะทะหน้า
เปิดเพลงฟังดังๆ จังหวะเร็ว และร้องตามไปด้วยก็จะช่วยให้ไม่เกิดอาการง่วงนอนได้
3.งีบพักประมาณ 5-45 นาที ช่วยลดโอกาสเกิดหลับใน แต่ต้องเลือกสถานที่ที่ปลอดภัย
4.ถ้าเลี่ยงได้ควรขับรถในช่วงกลางวันมากกว่าช่วงดึกหรือใกล้เช้า
5.หากไปหลายคนสลับกันขับเพื่อไม่ให้เหนื่อยล้าจนเกินไป

อาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าอาจหลับในสังเกตอาการหลับในเบื้องต้น
1. หาวบ่อยๆ และแสดงอาการอย่างต่อเนื่อง
2. ใจลอยเริ่มไม่ค่อยมีสมาธิขณะขับรถ
3. จำไม่ค่อยได้ว่าขับผ่านอะไรมา
4. หนังตาปรือ ขับรถส่ายไปส่ายมา…

Read More

เทคนิคการล้างสีรถ

ในปัจจุบันนั้น วิธีการดูแลรถมี หลากหลายหรือการล้างรถแบบง่ายๆ
หรืออาจดูแลรักษาเป็นพิเศษด้วยวิธีการต่างๆ
มากมายในการดูแลรักษาสีรถยนต์แบบง่ายไม่เปลืองแรงและเวลา
ขัดเคลือบสี
การขัดสีก็คือขัด ผิวหน้าของสีหรือแล็กเกอร์ออกไป
เพื่อให้สีเรียบเนียนและก่อให้เกิดความเงางาม การขัดผิวหน้าของสีหรือแล็กเกอร์ออกไป
นั้นทำให้ชั้นสีที่เคลือบอยู่บางลง เหมือนเวลาที่เราขัดหน้าด้วยผงขัดละเอียด ๆ
แม้หน้าจะกระจ่างใสขึ้น แต่หลังจากทำแล้วจะรู้สึกแสบ ๆ ผิวหน้านั่นเป็นเพราะผิวหนังถูกขัดออกไป
เทคนิคการล้างสีรถ
1. เริ่มจากฉีดน้ำเพื่อให้สิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกจากตัวรถให้มากที่สุด
2. นอกจากใช้น้ำเปล่าล้างแล้ว ควรใช้แชมพูล้างรถร่วมด้วย
3 .เริ่มทำความสะอาดจากด้านบนก่อน จากนั้นแล้วค่อยล้างจากส่วนบนและลงล่าง
4.ใช้ผ้าที่ขนนุ่มหรือผ้าสำลีในการล้างรถ ไม่ควรใช้ฟองน้ำล้างรถเพราะเม็ดทรายหรือฝุ่น
จะติดอยู่ในรูพรุนของฟองน้ำ เมื่อถูไปกับผิวสีรถ จะทำให้เกิดรอยขีดข่วน
หรือหากใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยจะดีมาก
5.แยกใช้ผ้า 3 ผืน ผืนแรกใช้สำหรับล้างส่วนบน หลังคา ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง
และกระจกรถ ผืนที่สองใช้ล้างด้านล่างของตัวรถ ตั้งแต่ขอบกระจกด้านล่างลงมา
ผืนที่3ใช้สำหรับทำความสะอาดล้อ และส่วนอื่นที่สกปรกมาก ถ้ามีผ้าผืนเดียว
ก็แนะนำให้ซักผ้าบ่อยๆ เพื่อกำจัดเอาเศษฝุ่น โคลน ออกจากผ้า
6. ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมด ใช้ผ้าแห้งนุ่มเช็ดรถให้แห้งทันที จะได้ไม่มีฝุ่นเกาะ
และไม่เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถ
การใช้น้ำฉีดเป็นวิธีที่ดีสำหรับการล้างรถ แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่จำเป็นต้องล้างรถ โดยใช้ถังใส่น้ำ
จงท่องจำเอาไว้ในใจว่า ต้องหมั่นซักและขยี้ผ้า และต้องเปลี่ยนน้ำในถังบ่อย ๆ มิฉะนั้น สิ่งสกปรก
และเม็ดทรายที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ อาจทำให้เกิดริ้วรอยขีดข่วนบนรถได้
ผ้าคลุมรถก็เป้นอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกันผ้าคลุมรถมีไว้เพื่อใช้ถนอมสีรถ
ไม่ว่าจะผืนหลักร้อย ผืนละสามพัน หรือแพงกว่านั้น
ไม่ควรคลุมแล้วจอดกลางแจ้งเพราะไอร้อนที่เกิดขึ้นใต้ผ้าคลุมรถนั้นสะสมสูงมาก
สูงชนิดที่ว่าอาจจะทำให้ผ้าหรือสารเคมีที่เคลือบอยู่ เช่น ผ้าคลุมกันน้ำ ละลายติดกับสีรถได้เลย
กรณีแบบนี้เจอกันบ่อยครั้ง ดังนั้นทางที่ดีที่สุดการใช้ผ้าคลุมรถควรใช้ในที่ร่ม
เท่านั้นแล้วควรเลือกผ้าคลุมที่มีคุณภาพระบายความร้อนและความชื้นได้ดี…

Read More