ความสำคัญของพวงมาลัยรถยนต์

พวงมาลัย รถยนต์ถือว่าเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ที่สำคัญชิ้นหนึ่งในรถยนต์เลยก็ว่าได้ เพราะ
พวงมาลัย รถยนต์ทำหน้าที่ควบคุมให้รถยนต์ไปตามทิศทางที่กำหนด
แต่ถ้าหากพวงมาลัยรถยนต์เกิดมีปัญหาขึ้นมา คงอันตรายไม่น้อย
ประเภทพวงมาลัยรถยนต์ ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 แบบ
1. ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก ระบบนี้จะใช้ ปั๊มไฮดรอลิกสร้างกำลังส่งไปกระปุกพวงมาลัย หรือ
แร็กพวงมาลัย เพื่อช่วยผ่อนแรงผู้ขับยามหักเลี้ยว โดยใช้แรงจากเครื่องยนต์หมุนผ่านสายพานมายังที่ปั๊มไฮดรอลิก
ข้อดีคือพวงมาลัยมีความแม่นยำสูง สร้างความมั่นใจในยามเข้าโค้ง ข้อเสีย
เนื่องด้วยระบบใช้น้ำมันในการถ่ายทอดกำลังดังนั้นเมื่อซีล-ท่อทางชำรุดย่อมเกิดการรั่วซึม
เมื่อใช้งานอย่าหมุนพวงมาลัยจนสุด ค้างไว้นานๆ เนื่องจากจะทำให้น้ำมันเพาเวอร์มีความร้อนและแรงดันสูง
จนอาจทำให้ระบบของพวงมาลัยเกิดความเสียหายได้
2. ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า EPS (Electric Power
Steering) ระบบนี้จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวสร้างกำลังช่วนผ่อนแรง เมื่อผู้ขับขี่หักพวงมาลัยจะมีเซ็นเซอร์
ตรวจจับก่อนส่งให้กล่องควบคุมสั่งการให้มอเตอร์ทำงาน ข้อดีของระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า
คือเมื่อใช้ความเร็วต่ำ พวงมาลัยจะเบามาก
แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงกล่องควบคุมจะสั่งการให้พวงมาลัยหนักขึ้นเพื่อความ
ปลอดภัยตามความเหมาะสมในช่วงความเร็วนั้น ๆ ทำให้ตัดปัญหาการรั่วซึมในระบบเพราะใช้มอเตอร์
ข้อเสียคือมีระยะฟรีและความแม่นยำน้อยกว่า ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก
สาเหตุที่ทำให้ พวงมาลัยเพาเวอร์ หนัก
-แรงดันลมยางต่ำหว่ามาตรฐาน ทำให้ยางรถยนต์แบนแนบและสัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้น
จึงเกิดความฝืดมากขึ้นตอนเวลาหมุน พวงมาลัย ส่งผลให้ พวงมาลัย หนัก
-ตั้งศูนย์ล้อไม่เท่ากัน ซึ่งทำให้เลี้ยวยากขึ้น และเมื่อรถวิ่งต้องรั้ง พวงมาลัย ให้แล่นตรงศูนย์
ส่งผลให้ผู้ขับขี่รู้สึกเมื่อยล้า
-ใช้ยางที่มีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน ซึ่งหน้ายางมีการสัมผัสกับพื้นถนนมากเกินไป
จึงทำให้การเลี้ยวต้องออกแรงมากกว่าปกติ
-ปริมาณน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ ขาด หรือรั่วไหลออกมา
-ปั้มเพาเวอร์ไฟฟ้าบกพร่อง
-เฟืองบังคับเลี้ยว หากเฟืองบังคับเลี้ยวขาดสารหล่อลื่น อาจทำให้เฟืองเกิดแห้งจนกระทั้งฝืด
ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที
ทำให้ พวงมาลัย หนักนั่นเอง
-สายพานหย่อน
-ข้อต่ออ่อนแกนพวงมาลัย ชำรุด ซึ่งเป็นอะไหล่ในระบบบังคับเลี้ยวนั่นเอง
ซึ่งหากพบว่าข้อต่ออ่อนแกน พวง
มาลัย ชำรุดควรรีบเปลี่ยนทันที
-กระปุก พวงมาลัย มีความฝืด เพราะขาดน้ำมันหล่อลื่น หรืออาจเกิดการรั่วไหลออกมาข้างนอก เป็นต้น…

Read More

เคารพกฏการจอดรถในหมู่บ้านเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ปัญหาของคนที่มีรถและบ้าน โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์ในกรุงเทพที่มีแต่ถนนแคบๆ
คือการไปจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น หรืออย่างที่เราได้เห็นในคลิปคุณป้าทุบรถที่เคยสั่นสะท้านวงการมาแล้ว
จนทำให้ตลาดที่อยู่บริเวณบ้านของคุณป้าทุบรถต้องปลิวหายไปเลย
เพราะว่าทำผิดกฏและสร้างความเดือดร้อนมากมายอย่างแสนสาหัสให้กับผู้อยู่อาศัย ดังนั้นเราจะเห็นได้เลยว่า
การจอดรถมันเป็นปัญหาที่ไม่ควรที่จะมองข้ามอย่างแท้จริง
ถ้าถามว่าการจอดรถหน้าบ้านนั้นผิดหรือไม่ หากเป็นบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านและมีนิติบุคคลคอยบริหาร
เราสามารถเข้าไปตรวจสอบกฎระเบียบของหมูบ้านก่อนเป็นอันดับแรก
เพื่อดูว่ามีข้อไหนอนุญาตให้จอดรถหน้าบ้านได้หรือไม่ หากไม่มีก็ค่อยๆ
มาดูว่ามีการกำหนดบทลงโทษเอาไว้หรือไม่ หากมีกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน
ก็ควรจะแจ้งกับนิติบุคคลให้เป็นฝ่ายจัดการ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีกว่าการพาตัวเองเข้าไปเผชิญหน้ากับเพื่อนบ้านตรงๆ
เพื่อลดการกระทบกระทั่งกันเหมือนที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ ในคลิปวีดีโอ
หลายคนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านทาวน์โฮม น่าจะต้องพบเจอปัญหาปวดหัวเรื่องการจอดของเพื่อนบ้านอยู่บ่อยๆ
เพราะหลายคนมักคิดว่าการจอดรถหน้าบ้านเป็นเรื่องปกติ และไม่ได้สร้างปัญหาให้กับใคร ทั้งที่จริงๆ
แล้วการจอดรถหน้าบ้านสร้างปัญหาให้กับเพื่อนบ้านอยู่บ่อยๆ เพียงแต่คนที่พบปัญหามักเลือกอยู่เงียบๆไม่ต่อความยาวสาวความยืดต่อไป
ซึ่งในความเป็นจริงกฎของหมู่บ้านแทบทุกหมู่บ้านต้องกำหนดกันเอาไว้อยู่แล้วว่าห้ามจอดรถหน้ารั้วบ้านของตัวเอง
เพราะพื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่บ้านตามโฉนดถือเป็นพื้นที่สาธารณะ
ดังนั้นจึงไม่ควรจะมีใครนำมาใช้ประโยชน์ส่วนตัวได้ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นเรื่องของสามัญสำนึกส่วนตัวล้วนๆ เลย
หากขาดจุดนี้ไปแล้วอาจะสร้างปัญหาในการอยู่ร่วมกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากปัญหาที่หนึ่งอาจลามไปสู่ปัญหาที่สอง
สาม และสี่ได้อย่างขาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ยิ่งถ้าบ้านของคุณนำรถไปจอดในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอาจกีดขวางการสัญจรไปมาของประชาชนทั่วไป
โดยให้เหตุผลว่าไม่มีที่จอดรถในบ้านแล้ว ก็ยิ่งผิดหนักตามกฎหมายอย่างชัดเจนตามมาตรา 385
เพราะอย่างที่กล่าวเอาไว้แล้วข้างต้นว่า ไม่มีใครที่มีสิทธิ์นำพื้นที่สาธารณะไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
โดยเฉพาะการจอดรถที่ไม่เพียงแค่กีดขวางการจราจรเท่านั้น
แต่ยังอาจะทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย…

Read More

ฟิล์มกับรถยนต์

ฟิล์มกับรถยนต์เป็นของคู่กันที่ขาดไม่ได้
เพราะฟิล์มมีหน้าที่ป้องกันความร้อนจากภายนอกสู่ตัวรถยนต์ได้ระดับหนึ่ง
ดดยปัจจุบันฟิล์มก้มีมากมายหลากหลายยี่ห้อด้วยกัน อีกทั้งยังมีราคาที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย
ประโยชน์ของฟิล์มติดรถ
1.ช่วยลดความร้อนภายในรถที่สูงขึ้น
เพราะประเทศไทยมีสภาพ อากาศที่มีอุณหภูมิสูง
และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆแม้กระทั่งในช่วงหน้าหนาวถึงอุณหภูมิจะไม่สูง มากนัก แต่แสงแดดก็ยังแรง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนเป็นระยะเวลานานๆ ก็มีโอกาสได้รับความร้อนจากแสงแดดมากกว่าปกติ
ฟิล์มจึงสามารถช่วยให้อุณหภูมิในรถลดลงได้กว่า 60%เลยทีเดียว
2.ช่วยลดแสงจ้า
ในภาวะที่แดดจัดๆ หรือแม้แต่ตอนเช้าที่แสงแดดอ่อนๆ แสงแดดที่ส่องเข้าตานั้น
ก็ยังเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องขับรถทุกคน เพราะการมองผ่านกระจกออกไปยังถนนที่แสงแดดจัดนั้น
เป็นสาเหตุให้ดวงตาเกิดความเครียด เมื่อยล้า สายตาเสีย ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้
ส่วนผู้ที่ขับขี่รถยนต์ที่ติดฟิล์มกรองแสงนั้น ก็จะเป็นการช่วยลดแสงจ้าทำให้ทัศนวิสัย
หรือการมองเห็นในขณะขับรถมีประสิทธิภาพเต็มที่
3.ป้องกันการแตกร้าวและซีดจาง
อันตรายจาก รังสี UV เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้วัสดุภายในรถยนต์ซีดจางและเสื่อมคุณภาพ ดังนั้น
การติดฟิล์มกรองแสงจะช่วยชะลอการซีดจางของวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งภายในรถยนต์
เป็นการรักษาและยืดอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นการช่วยป้องกันความเสียหายของวัสดุภายในรถไว้ได้
4.ช่วยลดอันตรายจากการแตกกระจายของกระจก
ในเวลาที่เกิด อุบัติเหตุ หากรถเกิดการเฉี่ยวชนจนกระทั่งกระจกแตกร้าว รถที่ติดฟิล์มที่ได้คุณภาพ
จะสามารถช่วยยึดเกาะเศษกระจกที่แตกไว้ด้วยกัน ไม่ให้ร่วงหล่นมาบาดโดนส่วนต่างๆ
ของร่างกายหรือทำอันตรายต่อผู้โดยสารเพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินได้
5.ช่วยให้ความเป็นส่วนตัว
เวลาที่คุณอยากกินข้าว แต่งหน้า หรือร้องเพลง ภายในรถ
ฟิล์มกรองแสงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยบดบังสายตามิให้บุคคลภายมองผ่าน เข้ามาในรถของท่าน
และไม่ให้คนร้ายมองเห็นของหรือทรัพย์สินมีค่าภายในรถของท่านได้
ฟิล์มติดรถที่นิยม
1. 3M รุ่น FX20 – 2068
2. Xtra-Cole รุ่น XC 20 NE – 1750
3. Lamina รุ่น ARL20C – 1628
4. Hi-Kool รุ่น MO 15 HC – 1514
5. FuchiCool รุ่น C 60 B – 1264
อย่างไรก็ตาม นอกจากการพิจารณาเลือกฟิล์มติดรถยนต์จากประสิทธิภาพการกันความร้อนแล้ว
สิ่งที่ควรดูเพิ่มเติมคือ การส่องผ่านของแสง เนื่องจากฟิล์มที่แสงส่องผ่านได้น้อย
จะส่งผลต่อทัศนวิสัยในการขับขี่โดยตรง และทำให้เกิดอันตรายได้ในหลายรูปแบบ…

Read More

โหลดเตี้ยอย่างไรให้รอดมือโปลิศ

การแต่งรถ ถือเป็นความชอบส่วนตัวปนความจำเป็นในการใช้งาน
แม้รถจากโรงงานหลากแบรนด์หลายยี่ห้อจะดีก็จริงแต่หลายคนยังชื่นชอบความเร็วที่มากกว่า
หลายคนชอบความบึกบึนที่ทรหดมากขึ้นการจะใช้ให้ได้ดังใจจึงต้องมีการต่อเติมเสริมแต่งกันบ้างเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรถซิ่ง รถแต่ง จะยกสูง โหลดเตี้ย โมเครื่องแรง โมเครื่องเสียงดัง ติดไฟใต้รถ ระเบิดท่อไอเสียก็แล้แต่ใจชอบ
ทว่าจะขับผ่านด่านทีไรก็ต้องเสียวสันหลังว่าจะโดนเรียกจอดมั้ยจะโดนปรับ เพราะดัดแปลงรถยนต์หรือไม่
บทความนี้เราจึงเตรียมข้อมูลที่จะช่วยขจัดปัญหาคับข้องใจต่างๆของบรรดาขาซิ่งสี่ล้อ ว่าควรแต่งรถอย่างไรให้รอดมือจากโปลิศ
รอดตัวจากการเสียค่าปรับ โดยจะว่ากันต่อที่หัวข้อ โหลดเตี้ยจุดโฟกัสของบรรดาขาซิ่งที่มักโดนเรียกจอดข้างทางบ่อยๆ
โหลดเตี้ยให้รอดมือโปลิศ
ความเข้าใจของบรรดาขาซิ่งเกี่ยวกับการนำรถยนต์ไปโหลดเตี้ย คือ เพื่อยึดเกาะกับถนน อีกทั้งยังได้ความดูดีดูเท่กว่าเดิมด้วย
แต่ในความเป็นจริงการโหลดเตี้ยไม่ได้ช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น หากคุณภาพยางรถยนต์ของคุณนั้นไม่ได้หรือต่ำกว่ามาตรฐาน
ส่วนวิธีการนำรถยนต์ไปโหลดเตี้ยก็มีหลากหลายวิธรแล้วแต่งบประมาณในกระเป๋า ตั้งแต่ถูกสุดอย่าง ตัดสปริงโช๊ค
ไปจนถึงการเปลี่ยนโช๊ค หรือใครหัวแหลมหน่อยจะเลือกติดสเกิร์ตรอบคันก็จะช่วยให้รถดูเตี้ยลงแบบไม่ต้องไปปรับแต่งใดๆ
แต่ที่เราอยากแนะนำสำหรับบรรดาขาซิ่งคือการเปลี่ยนโช๊คใหม่ เพราะสามารถปรับสูงต่ำได้ตามต้องการ
หากเงินในกระเป๋าหนาก็เลือกแบบปรับไฟฟ้าเลยไม่ต้องไปเสียค่าแรงปรับโช๊ค เพราะวิธีการยุ่งยากเอาเรื่อง
และต้องใช้ความชำนาญขณะที่วิธีการตัดสปริงเดิมเพื่อให้รถต่ำลงอันนี้ต้องเลือกร้านหรือช่างที่มีฝีมือหน่อย
เพราะต้องใช้วิธีการตัดทีละน้อยแล้วลองใส่ดูอันไหนไม่เท่ากันก็ตัดใหม่ จะได้ความสูงที่พอดีในราคาไม่แพง
แลกกับผลเสียที่ช่วงล่างของรถอาจไม่นิ่มเหมือนเคยอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะโหลดเตี้ยแค่ไหน
ก็ต้องคำนึงกับกฎหมายเมืองไทยด้วยเพื่อให้รอดพ้นจากการโดนใบสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยกฎหมายเกี่ยวกับการโหลดรถ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ระบุชัดเจนว่ารถที่โหลดเตี้ยจะโหลดแค่ไหนก็ได้
แต่วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนจะต้องมีระยะไม่ต่ำกว่า 40 เซนติเมตรหากต่ำกว่านั้นถือว่าผิดกฎหมาย หากไฟหน้าสูง
แต่รถยนต์ใส่สปอยเลอร์จนแทบลากพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจนายช่างตรวจสภาพกรมการขนส่งทางบก ผู้วินิจฉัยผล ตรอ.
เป็นผู้พิจารณาว่ามีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือสร้างความเดือดร้อนให้ตนเอง และผู้อื่นหรือไม่ แค่ไหน
หากพิจารณาว่าเสี่ยง ก็จะถือว่าผิดได้เช่นกันครับผม…

Read More

ย้อนดูประวัติความเป็นมาของ โลโก้ “Benz”

ถึงแม้ดีเอ็มจีจะประสบความสำเร็จกับชื่อทางการค้าแต่ยังไม่สามารถหารูปแบบเครื่องหมายการค้าได้
พอลและอดอล์ฟ (Paul and Adolf Daimler)บุตรชายทั้งสองของเดมเลอร์ ซึ่งดูแลธุรกิจในขณะนั้น
ระลึกขึ้นได้ว่าบิดาเคยใช้ดวงดาวเป็นสัญลักษณ์มาก่อน กอตต์ลีบ เดมเลอร์
ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของโรงงานผลิตเครื่องจักรกลแห่งเมืองด้อยซ์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1872-1881 เมื่อแรกเริ่มทำงานที่นั่น
เขาเคยนำรูปดาวไปติดเหนือหลังคาบ้านตรงจุดที่มองเห็นวิวของเมืองโคโลญจน์และด้อยซ์ และได้เขียนจดหมายบอกภรรยาว่า
สักวันหนึ่งดาวดวงนี้จะเปล่งประกายเหนือโรงงานของเขาเองเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์
กรรมการบริษัทดีเอ็มจีรับข้อเสนอความคิดดังกล่าวในทันทีและได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปดาวสามแฉก
และสี่แฉกขึ้นในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1909 ถึงแม้ทั้งสองรูปแบบจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย
แต่ก็มีการใช้เพียงรูปดาวสามแฉกซึ่งได้ติดตั้งอยู่เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นเหนือกระจังหม้อน้ำหน้ารถ
นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1910 เป็นต้นมา
ดาวสามแฉกซึ่งมุ่งหมายว่าจะเป็นสัญลักษณ์อันมุ่งมั่นของเดมเลอร์ในการเป็นเจ้ายานยนต์ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ
โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นได้มีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมนิดๆหน่อยๆ ในปี
ค.ศ.1916 ดาวสามแฉกหรือชื่อโรงงานของดีเอ็มจีที่อุนเตอร์ทูร์ไคม์ (Untertuerkheim)
หรือที่เบอร์ลิน-มาเรียน เฟลเด (Berlin-Marienfelde)
ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1921 ดีเอ็มจียื่นจดทะเบียนลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในรูปดาวสามแฉกในวงแหวนแบบสามมิติ
ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่ตั้งใจให้นำไปใช้บนกระจังหม้อน้ำหน้ารถด้วย
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลคุ้มครองทางกฎหมายไม่ให้มีการนำตราสัญลักษณ์ไปแต่งเติม
โดยต่อมาในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1923 การจดลิขสิทธิ์ก็ได้รับอนุมัติให้มีผลสมบูรณ์
ดวงดาวที่ส่องนำทางนักขับทั่วโลกช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
ได้เกิดสภาวะเงินเฟ้อ และการค้าตกต่ำ โดยเฉพาะการขายสินค้าฟุ่มเฟือย
เช่นรถยนต์ อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ จึงทรุดตัวลงไปด้วยเหลือเพียงบริษัทที่มีพื้นฐานการเงินดี
และมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะมีโอกาสอยู่รอด
บางบริษัทจึงจำเป็นต้องรวมกิจการกับที่อื่นหรือไม่ก็ต้องร่วมเป็นพันธมิตรการค้ากัน ด้วยเหตุนี้เอง
บริษัทซึ่งเคยเป็นคู่แข่งกันมาก่อนอย่างดีเอ็มจี และเบนซ์ ซีจึงได้รวมกิจการกันในปี ค.ศ.1924
ด้วยวัตถุประสงค์ในการปรับมาตรฐานการออกแบบและการผลิตรวมทั้งร่วมมือจัดซื้อ จัดจำหน่าย และโฆษณา
เพื่อให้ยังคงแข่งขันและยืนหยัดอยู่ในสถานการณ์นั้นได้อย่างไรก็ดี ทั้งสองบริษัทยังคงใช้เครื่องหมายการค้าคนละแบบ
แม้จะมีความร่วมมือในการด้านการตลาดสองปี ต่อมาในเดือนมิถุนายน ปีค.ศ.1926
บริษัทรถยนต์เก่าแก่ทั้งสองรายจึงได้รวมเป็นบริษัทเดียวกันภายใต้ชื่อ
เดมเลอร์-เบนซ์ เอจี ด้วยเหตุนี้จึงมีการออกแบบเครื่องหมายการค้าใหม่ขึ้นมา
โดยนำเอาลักษณะเด่นในสัญลักษณ์ของทั้งสองมาใช้
ดาวสามแฉกอันเลื่องชื่อของดีเอ็มจีจึงถูกล้อมรอบด้วยชื่อ เมอร์เซเดส และเบนซ์
ซึ่งลือลั่นไม่แพ้กัน โดยมีช่อชัยพฤกษ์เป็นตัวเชื่อม…

Read More

รถยนต์ เข้าอู่หรือศูนย์ดีกว่ากัน

รถยนต์ นอกจากจะต้องคอยดูแลรักษาภายนอกให้ดีแล้ว เมื่อถึงเวลา เช็กระยะ ตามหลักกิโลเมตร
หรือตามระยะเวลาที่กำหนด ก็สมควรที่จะนำเข้าไปตรวจเช็กดูทันที
ไม่ควรปล่อยปละละเลยเพื่อสมรรถณะที่ดีของรถยนต์รถทุกรุ่นทุกยี่ห้อจะมีการรับประกันการใช้งาน
รวมถึงการประกันคุณภาพของอุปกรณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผลิตและการประกอบของรถยนต์
ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของรายละเอียดต่างๆไม่ว่าจะการรับประกันคุณภาพ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
การตรวจเช็คระยะทาง ผู้ประกอบการจะเป็นผู้กำหนดเมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายและรถยนต์ยังอยู่ใน
ระหว่างการประกัน ควรนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการเพื่อให้ทางศูนย์ได้ตรวจสอบคุณภาพและดูแล เท่านั้น ดังนั้น
ผู้ที่มีรถยนต์ที่มีประกันอยู่แต่ในปัจจุบันอู่ซ่อมรถยนต์ตามจุดต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีอยู่หลายระดับด้วยกัน  ผลงานและฝีมือของช่าง
เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงคุณภาพของอุปกรณ์หรืออะไหล่รถยนต์
การคิดราคาค่าแรงย่อมมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้น
ก่อนที่จะเข้าใช้บริการสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เจ้าของรถยนต์จะต้องทำคือ
ตรวจสอบเช็ครถก่อนว่าสภาพรถยนต์ของเรานั้นเป็นแบบไหน เลขไมล์เท่าไหร่ น้ำมันรถยนต์อยู่ในระดับไหน
เพราะบางอู่ช่างซ่อมมักจะแอบเอารถยนต์ที่ซ่อมออกไปใช้งาน ซึ่งหากเรามีการตรวจเช็คสภาพรถก่อนเข้าอู่ซ่อม
เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นจะได้มีหลักฐานแสดงกับเจ้าของอู่ได้ว่ารถยนต์ ข้อดีของการใช้บริการอู่ซ่อมทั่วไป คือ
ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง

สิ่งที่ควรเช็คเมื่อรถใกล้หมดประกัน
1.ยาง ปกติยางรถยนต์จะสามารถใช้งานได้ราว 50,000 กิโลเมตรเป็นอย่างน้อย
ถ้าไม่ติดว่ายางเสียงดังหรือมีรอยรั่วมา และอาจยืดอายุได้ถึง 70,000 – 100,000 กิโลเมตร
2.แบตเตอรี่ แบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานราว 2 ปี หรือน้อยกว่านั้น ดังนั้น
เมื่อพ้นระยะรับประกันก็ควรเช็คสภาพแบตเตอรี่ได้แล้ว ว่ายังมีประสิทธิภาพการเก็บไฟเหมือนเดิมหรือไม่
3.ไส้กรองแอร์ ปกติไส้กรองแอร์ควรเปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร ดังนั้น เมื่อครบระยะหนึ่งแสนโล
ก็ควรจับเปลี่ยนอีกครั้ง เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของคนที่ต้องใช้รถทุกวัน
4.หัวเทียน ควรเปลี่ยนทุกระยะประมาณ 40,000 กิโลเมตร แล้วแต่ชนิดของหัวเทียน
หากพบว่าเร่งแล้วมีอาการเครื่องสะดุด เดินไม่เรียบ อาจมีอาการมาจากหัวเทียน
5.สายพาน สายพานต่างๆ เช่น สายพานไทม์มิ่ง สายพานหน้าเครื่อง จะมีระยะเวลาการเปลี่ยนอยู่แล้ว หากพ้น 1
แสนโลเป็นต้นไป และยังไม่เคยทำการเปลี่ยน ก็ลองเช็คให้ดีว่าสายพานยังคงตึง ไม่ขาดหากพบว่าสึกหรอก็ควรรีบเปลี่ยนทันที
6.ยางขอบประตู รถที่ใช้ไปนานๆ ยางขอบประตูจะมีการเสื่อมสภาพจนทำให้มีเสียงเล็ดลอดจากภายนอกเข้ามาได้
หากทนไม่ไหวจริงๆให้จับเปลี่ยนยางขอบประตูเหล่านี้ จะช่วยลดเสียงรบกวนลงได้ครับ
7.ไฟส่องสว่าง ควรเช็คไฟส่องสว่างรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าหรือไฟท้าย
หากพบว่ามีหลอดใดหลอดหนึ่งขาดควรรีบเปลี่ยนทันที แต่หากเป็นไฟแบบ LED อาจต้องซื้อทั้งชุดมาเปลี่ยนแทน
อย่างไรก็ตาม การซ่อมรถที่ศูนย์บริการและอู่ซ่อมทั่วไปนั้นก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไรในด้านคุณภาพ
อีกทั้งค่าใช้จ่ายและค่าแรงในการซ่อมแต่ละประเภทมีการกำหนดราคาที่ชัดเจน ไม่มีการคิดราคาเพิ่ม  เครื่องมือ
อุปกรณ์อะไหล่ได้มาตรฐานและครบครัน และอุปกรณ์บางรุ่นบางยี่ห้อมีการรับประกันคุณภาพสินค้า
รวมถึงการตรวจซ่อมรถยนต์ที่ใช้เวลาไม่นานนัก
ดังนั้นจึงขึ้นอยู่ที่ผู้ใช้บริการและความสะดวกและสบายใจของเจ้าของรถ…

Read More

5 อันดับรถหรูอเมริกันแพงที่สุด

1.Ford GT40 Gulf/Mirage Lightweight Racing Car ปี 1968
เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของรถแข่งสไตล์อเมริกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว
เพราะนอกจากการออกแบบที่เน้นเส้นสายสุดโฉบเฉี่ยวและใช้เครื่องยนต์ V8 กำลัง 440 แรงม้าแล้ว ยังเป็นรถรุ่นแรกๆ
ของโลกที่ใช้ตัวเทคโนโลยีวัสดุสุดล้ำอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ด้วย จึงไม่แปลกที่มันจะได้รับความนิยมจากนักสะสม
จนมีราคาประมูลสูงถึง 11 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 353 ล้านบาท)

2. Dusenburg Model J Long Wheelbase Coupe ปี 1931
คูเป้สุดหรูที่บ่งบอกถึงฐานะของผู้ครอบครองได้ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน
เส้นสายภายนอกสวยงามหรูหราเทียบชั้นรถยนต์ชั้นนำจากยุโรปได้สบาย ๆ พร้อมด้วยฐานล้อยาวเป็นพิเศษ
นั่งสบายนุ่มนวล ใช้เครื่องยนต์สูบเรียง 8 สูบ ขนาด 7,000 ซีซี มีกำลังแรงถึง 256 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุด 192
กม./ชม. ด้วยความงามและความแรงจึงเป็นขวัญใจของนักสะสมเสมอมา โดยล่าสุด มันมีราคาประมูลสูงถึง 10.34
ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 329 ล้านบาท) เลยทีเดียว

3. Shelby Daytona Cobra Coupe ปี 1965
รถแข่งจากเชลบี้ (Shelby) ที่เกิดมาเพื่อโค่นบัลลังก์ของเฟอร์รารี (Ferrari) ในศึก GT Road Racing
โดยมันถือเป็นรถแข่งอีกคันหนึ่งที่กวาดรางวัลใหญ่ ๆ มามากมายในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นเลอ ม็องส์, นูร์เบิร์กริง,
เดโทน่า,มอนซ่า, เซอร์บริงก์ แถมยังส่งให้เชลบี้คว้ารางวัลแชมป์โลกสาขาผู้ผลิตในปี 1965 ด้วย
จึงไม่แปลกที่จะมีคนอยากเก็บมันเป็นเจ้าของโดยเฉพาะเจ้ารถรหัสตัวถัง #CSX2602 ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการแข่งขันจริงๆ
ปัจจุบันถูกประมูลขายที่ราคา 7.68 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 244 ล้านบาท)

4. Ford GT40 Prototype ปี 1964
นับเป็นฟอร์ด จีที40 คันที่ 2 ที่ติดอยู่ลิสนี้ โดยรถคันนี้เป็นคันแรก ๆ ในสายการผลิตของฟอร์ด จีที40
มาพร้อมโครงสร้างและตัวถังน้ำหนักเบา เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4,700 ซีซี แถมยังเคยขึ้นโพเดียมอันดับที่ 3
ในการแข่งขันรายการ Daytona Continental 2,000 km ในปี 1965 อีกด้วย ส่วนราคาประมูลล่าสุดของมันอยู่ที่ 7
ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 223 ล้านบาท)

5. Shelby Cobra 427 Super Snake ปี 1966
รถหายากอีกคันหนึ่งจากเชลบี้ เกิดขึ้นจากความต้องการสร้างรถยนต์ที่ทำความเร็วได้มากกว่า 200 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ
321 กม./ชม. ของบิล คอสบี้ เพื่อนสนิทของแคร์โรล เชลบี้ เจ้าของค่ายเชลบี้
แถมที่สำคัญเจ้ารถคันนี้ยังเคยถูกแคร์โรลใช้งานส่วนตัวอีกด้วย
นักสะสมทั้งหลายจึงอยากจะครอบครองมันกันมากทีเดียว จึงมีการประมูลไปจบกันที่ราคา 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
(ประมาณ 175 ล้านบาท)

Read More

รู้จัก NIO รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่จะมาโค่น Tesla

หากเอ่ยถึงวงการรถยนต์ไฟฟ้า เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าTesla ของ Elon Musk ที่เพิ่งเดินทางมาช่วย “หมูป่า”
ออกจากถ้ำนางนอน คือขาใหญ่ประจำตลาดโลกเพราะพวกเขาให้การศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
และเป็นความหวังของการคมนาคมยุคใหม่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Tesla
ดูเหมือนจะไม่ใช้บริษัทเดียวเสียแล้วที่หวังเคลมธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อชาติมหาอำนาจของเอเชียอย่าง จีน
ได้เริ่มต้นโปรเจ็กต์นี้เช่นกันและปัจจุบันก็มีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
หนึ่งในนั้นคือ NIOที่นิยามตัวเองว่าเป็นบริษัทรถยนต์ยุคใหม่
ซึ่งไม่ได้แค่จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับนวัตกรรมและดีไซน์สุดล้ำ หากแต่ใส่บริการสุด Premium เข้าไปด้วย
และนั่นดูเหมือนจะเป็นสาเหตุหลักที่พวกเขากำลังไปได้สวยในตลาดโลก
โดยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ NIOสามารถส่งมอบให้กับผู้ส่งจองคือ ES8 รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ
Battery Electric Vehicle (BEV) ที่มากับรูปลักษณ์ SUV ขนาด7 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้น (ไม่รวมค่าสนับสนุนของรัฐบาล) ที่ 4.48แสนหยวน
ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2.2 ล้านบาท ถือว่าถูกกว่า ModelX ของ Tesla ที่ออกวางจำหน่ายในประเทศจีน
ถึงเท่าตัวเลยทีเดียว แถมสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้า ES8 ของNIO ก็ไม่ได้ด้วยกว่า Model X ของ Tesla ด้วย
คุณสมบัติคร่าวๆ ของ ES8 ที่ NIO ทยอยส่งให้ลูกค้า จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2561
ที่มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน 4
ล้อตลอดเวลา รีดกำลังขับเคลื่อนสูงสุด 643 แรงม้า
และแรงบิดสูงสุด 840 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน
4.4 วินาที และเมื่อชาร์จเต็มก็สามารถวิ่งได้ระยะทางราว 350 กม. ส่วนการแต่งภายในของ NIO
มาพร้อมกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ
ที่สามารถเรียนรู้รูปแบบการขับขี่ได้ด้วยตัวเอง, เทคโนโลยีArtificial Intelligence (AI) ในรถยนต์ NOMI
ที่ช่วยให้บรรยากาศในการโดยสารไม่เหมือนเดิม รวมถึงเทคโนโลยีการชาร์จไฟ, การเปลี่ยนแบตเตอรี่
และการดูแลลูกค้าที่ไม่เคยมีรถยนต์ค่ายไหนทำมาก่อน อย่างไรก็ตาม การทำตลาดของ NIO
จะเน้นจำหน่ายในประเทศจีนเป็นหลัก เพราะต้องการขยายฐาน และเพิ่มกำลังการผลิตให้แข็งแกร่ง
จากนั้นจึงขยายไปยังตลาดโลกช่วงปี 2563 ซึ่ง สหรัฐอเมริกา คือเป้าหมายแรกๆ ของทางบริษัท
นั่นทำให้คาดกันว่า NIO จะเป็นอีกแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจในตลาดโลก
เพราะด้วยการออกแบบและการวางตัวเองเป็นบริษัทรถยนต์ยุคใหม่ เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมล้ำยุค
อีกทั้งยังเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง EP9แต่หากใครคิดจะจับจองเจ้า EP9
เราต้องขอบอกว่าสายไปเสียแล้วเนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ผลิตเมื่อปี 2559 และเปิดขายแค่ 16คัน ในปี 2560 ด้วยราคาเกือบ 50 ล้านบาท
แลกกับกำลังขับเคลื่อนสูงสุด 1,360 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม.ได้ภายใน 2.7 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 313 กม./ชม.…

Read More

สีรถยนต์ เรื่องที่ต้องระวังในหน้าฝน

ในฤดูฝนที่น้องนองชุ่มช่ำเต็มไปหมดหลายคนคิดว่าการล้างรถคือการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
เพราะนอกจากจะเสี่ยงสกปรกในทันทีที่ขับขี่ออกไปบนถนนยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินทองโดยไม่จำเป็น
เรียกว่าเป็นเรื่องที่ไม่คิดว่าจะส่งผลเสียอย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงการไม่ล้างรถในหน้าฝน
เพียงเพราะกลัวจะเสียแรง, เสียเงิน หรือเสียเวลาเปล่าถือเป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ สำหรับผู้ขับขี่ทุกคน
เพราะมันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเงางามของสีรถโดยเฉพาะผู้ขับขี่ในเมืองหลวงของไทย
อย่างกรุงเทพมหานคร การเมินเฉยต่อการล้างทำความสะอาดรถถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากต่อการปล่อยให้สีรถเสื่อมสภาพ
เพราะน้ำที่เจิงนองถนนนั้นเต็มไปด้วยมลพิษ ฝนเองก็เป็นกรดกัดสีรถแน่นอน
ส่วนวิธีการล้างรถในช่วงหน้าฝนแบบไม่สิ้นเปลืองพลัง, เวลาและเงินทอง ก็ง่ายๆ แค่ใช้สายยางฉีดไล่คราบน้ำฝน คราบสกปรก
แล้วหาผ้าสะอาดๆ สำหรับเช็ดรถ เช็ดให้หมดจดก็ช่วยรักษาสีรถใหม่เอี่ยมอ่องอยู่เสมอ
นอกจากนี้การใช้สายยางฉีดน้ำล้างรถง่ายๆ แบบนี้ยังช่วยลดการเกิดคราบฝังแน่น ไม่ให้เกาะเกรอะกรัง
จนกลายเป็นคราบฝังแน่นที่ล้างไม่ออกสุดท้ายต้องมากุมขมับควักเงินเป็นหมื่นเพื่อทำสีรถใหม่
เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสียขณะเดียวกันหากคุณเพิ่งขับขี่รถออกไปลุยน้ำลุยโคลนมา
อย่าพยายามจอดรถตากแดดเป็นอันขาดเพราะจะเป็นการทำร้ายสีรถซ้ำหนักเข้าไปอีก
เนื่องแสงแดดจะทำให้น้ำฝนแห้งเป็นคราบฝังตัวแน่นและอาจกัดลงลึกถึงเนื้อสีได้
เท่านั้นไม่พอ สำหรับคนที่รักรถมากเกินไปจนลืมตัวขอให้ทราบไว้เลยว่าไม่ควรนำผ้าแห้งมาเช็ดรถในทันทีหลังลุยฝนมา
เพราะเป็นสาเหตุก่อให้เกิดรอยขีดข่วนได้เนื่องจากขณะที่เราขับรถลุยฝนนั้น จะมีฝุ่น ทราย โคลน
เกาะที่ผิวรถ ดังนั้นควรฉีกล้างออกก่อนจะเป็นการดีที่สุดเช่นเดียวกันกับผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบการล้างรถด้วยตัวเอง
หน้าฝนนี้ก็ไม่ควรล้างรถเองในช่วงเย็นๆ ค่ำๆเพราะบางครั้งน้ำที่ตกค้างอยู่ตามซอก
ซึ่งเราอาจทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงอาจเป็นสาเหตุทำให้รถเป็นสนิมได้
ปิดท้ายที่เทคนิคการจอดรถในหน้าฝนผู้ขับขี่ไม่ควรจอดรถใต้ร่มไม้ที่มียางเกสร ดอก หรือผล
เพราะในฤดูฝนมักมีลมกรรโชกแรงนอกจากต้นไม้จะหักหรือล้มมาโดนรถเราได้แล้วสิ่งดังกล่าวอาจจะปลิวมาติดรถ
และทำให้สีรถเสียหายเกิดรอยด่างได้ หากเราไม่แก้ไขในทันที…

Read More

ยานยนต์.วิธีการตรวจเช็กรถยนต์ของคุณก่อนออกเดินทางไปต่างจังหวัด

การที่เราจะเดินทางไปต่างจังหวัดโดยรถยนต์ของเรานั้นเมื่อเราเดินทางระยะไกลก็ต้องมีการเช็กความพร้อม
ของรถยนต์ของเราว่ามีความพร้อมมากเเค่ไหน
วึ่งจำเป็นที่ต้องทำอย่างมากเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างทางซึ่งหากมีปัญหาจะหาที่ซ้อมลำบากเเละจะทำให้เสียเวลาด้วย
เเละเพื่อที่จะได้เดินทางได้อย่างปลอดภัยในทุกเส้นทางก็ควรที่จะตรวจเช็กสภาพรถยนต์ของคุณให้ดีด้วย
เเละการตรวจเช็กรถยนต์ก่อนเดินทางไปต่างจังหวัดนั้นควรทำอย่างไรบ้าง อย่างเเรกคือ…
การตรวจสอบยางรถยนต์ก่อนว่าได้มาตาฐานหรือไม่
ยางรถยนต์ของคุณนั้นต้องไม่อ่อนเกินไปเพราะเราต้องเดินทางระยะไกลเเละยางนั้นมีความจำเป็นอย่างมาก
เเละควรดูให้แน่ใจหากอ่อนเกินเราก็ต้องเติมลมทันที
ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดปัญหาได้เเละเราควรไม่ประมาทก่อนที่จะออกเดินทางเรื่องยาง
เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยเราต้องใส่ใจในสิ่งนี้ด้วย

สิ่งที่ควรเช็กต่อมาคือผ้าเบรกของรถยนต์ของเรา
ก่อนการเดินทางไกลนั้นเราต้องคำนึงถึงความเสี่ยงบนท้องถนนเพราะเราต้องไปเจอเหตุการณ์ที่อาจจะไม
คาดคิดมาก่อนก็ได้เราต้องใช้รถยนต์กับเพื่อนร่วมทางอีกหลายรายเเละการเบรกนั้นมีความสำคัญอย่างมาก
เราต้องมีเบรกที่ดีหากยางเบรกไม่ดีอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้เหมือนกัน
ซึ่งเราต้องเช็กผ้าเบรกของเราให้ดีก่อนที่จะเดินทางไปไหนไกลๆเพื่อความปลอดภัยของเรา
เราต้องเช็กให้ดีก่อนที่จะเดินทางไกลทุกครั้ง

เรื่องต่อมาคือเเบตเตอรี่รถยนต์
เรื่องนี้เป็นปัญหาของใครต่อใครหลายคนมาเเล้วบางคนเกิดเเบตเตอร์รี่หมดไปกลางทางมันจะลำบาก
ในการพารถยนต์มาพ่วง เราต้องเช็กของเราให้ดีซึ่งเเบตเตอรี่มีความสำคัญไม่น้อยในการเดินทางไกลของเรา
สุดท้ายคืออุปกรณ์ของรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นที่ปัดน้ำฝน กระจกมองข้าง เราต้องเช็กให้ละเอียด
เช่นที่ปัดน้ำฝนตรวจว่ามีน้ำอยู่มากน้อยเเค่ไหนหากหมดเเล้วก็เติมให้เต็มเพื่อยามจำเป็นที่ต้องใช้
เเละที่ปัดน้ำฝนหากเก่าเเล้วก็ต้องเปลี่ยนให้ใช้ได้อยู่เสมอ

นี้คือสิ่งจำเป็นอย่างมากในการเดินทางไกลเราต้องตรวจเช็กให้ดีเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง
ของเราเอง ก่อนจะไปไหนมาไหนไกล
อุปกรณ์ของรถยนต์มีความสำคัญเท่ากันหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม
ซึ่งคนขับต้องคำนึงถึงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับรถยนต์
รถต้องพร้อมที่สุดก่อนที่จะออกเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อความปลอดภัยของเรา
เเละทุกคนบนท้องถนนนั้นเองนี้คือสิ่งที่เราควรปฎิบัติก่อนออกเดินทางไกล…

Read More