รู้จักพื้นฐานเครื่องยนต์ก่อนเริ่มต้นโมดิฟาย

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่ารถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศไทยโดยเฉพาะที่ประกอบในประเทศ
เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์รุ่นตัวถังเดียวกัน ในประเทศใหญ่ๆทั่วโลก ส่วนใหญ่มีความแรงแค่ระดับพื้นฐาน
นั่นก็เนื่องด้วยด้วยเหตุผลของจำนวนการผลิตและความสามารถในการดูแลซ่อมแซม
ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องยนต์พลังแรง มักต้องมีเทคโนโลยีสูง
โดยมีเหตุผลหลักมาจากการเป็นประเทศกำลังพัฒนา
การใช้รถยนต์จึงมีไว้สำหรับการเดินทางเป็นหลัก
ผู้ใช้รถยนต์ในยุคก่อนจึงถูกปลูกฝังว่าเครื่องยนต์ไม่ต้องแรงก็ได้
ขอให้ดูแลไม่ยุ่งยาก และไม่สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากๆ เป็นพอ
ผู้ผลิตก็เลยต้องเดินไปตามแนวทางนั้นมาจนถึง ปัจจุบันนี้ เช่น รถยนต์ระดับกลางในไทย
ใช้เครื่องยนต์รุ่นสูงสุดในระดับ 1600 ซีซี แคมชาฟท์เดี่ยว หัวฉีด 127 แรงม้า แต่ในต่างประเทศ 1600 ซีซี เท่ากัน
แต่รุ่นสูงสุดเป็นทวินแคม 16 วาล์ว แรงถึง 185 แรงม้าพร้อมกับความไฮเทคสุดๆ
เรื่องดังกล่าวนำมาสู่สาเหตุในการต้องการความแรงของรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากเกิดขึ้นด้วยความทันสมัยของข่าวสารจากต่างประเทศแล้ว ยังเกิดขึ้นจากความคุ้นเคยของผู้ขับเอง เรียกว่าขับจนชิน
ขับจนคิดว่ารถอืดไม่เร็วพอ ดังนั้น ไม่ว่าเครื่องยนต์จะแรงหรือไม่ก็ตาม
แต่เป็นปกติที่เมื่อใช้งานรถยนต์ไปสักระยะหนึ่งมักเกิดความคุ้นเคยกับความแรงของเครื่องยนต์
ประกอบกับการเสื่อมสภาพตามปกติจนเกิดความต้องการอยากให้เครื่องยนต์แรงขึ้น
แม้ความแรงของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นจะไม่ได้มีประโยชน์ในด้านการเพิ่มความเร็วสูงสุดเป็นหลัก
แต่ก็ช่วยให้อัตราเร่งดีขึ้นซึ่งสามารถใช้ได้ตั้งแต่ออกตัวไปตลอดทุกช่วงความเร็ว
และช่วยให้เกิดความปลอดภัยจากการเร่งแซงที่ฉับไวขึ้นด้วยซึ่งปัจจุบันการแต่งเครื่องยนต์จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
แต่งเครื่องยนต์เดิม สามารถเลือกโมดิฟายได้ด้วยตัวเอง จะแต่งแค่เฉพาะอุปกรณ์ภายนอก หรือ แต่งล้วงถึงไส้ใน
ตามแต่ศรัทธา กับอีกแบบคือการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ไปเลย
โดยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ เราคงไม่ต้องพูดถึงเพราะสามารถเลือกสเป็คได้ตามต้องการ
แต่การแต่งเครื่องยนต์เดิม จำเป็นต้องทราบหลักการง่ายๆ 4 ข้อ เพื่อให้เครื่องยนต์มีความแรงและอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นดังใจหวัง
นั่นคือการแต่งเครื่องยนต์เพิ่ม 4 อย่าง ทั้ง อากาศ น้ำมัน และ ไฟจุดระเบิด แล้วเสริมด้วยการไล่ไอเสีย
ถ้าเพิ่มเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะมีขอบเขตต่ำกว่าทำแบบครบ
ได้ความแรงเพิ่มขึ้นไม่มาก จะเรียกว่าเสียเวลาก็ว่าได้
แต่ข้อดีของการแต่งเครื่องยนต์แค่บางอย่างคือไม่เสียประวัติในสมุดทะเบียน ห้องเครื่องยนต์ไม่ช้ำ เครื่องยนต์เดิมยังมีสภาพดี
และวิเคราะห์ดูแล้วว่าพอแต่งขึ้นแถมเมื่อนำไปขายต่อก็จะได้ราคาที่ดีกว่าด้วย…

Read More

ความรู้ในเรื่องของรถยนต์ติดเเก๊ส

รถยนต์ในปัจจุบันนั้นนิยมในการติดตั้งเเก๊สเพราะว่าหลบน้ำมันที่เเพง
ซึ่งเจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่คิดว่าการติดเเก๊สเป็นเรื่องที่ประหยัดในการขับขี่
เเต่เมื่อติดเเล้วก็ต้องรู้วิธีการรักษารถยนต์ที่ติดเเก๊สด้วยว่าต้องทำอย่างไรบ้างให้รถยนต์ของคุณใช้ได้นานๆ
เรามาพูดถึงการดูแลรักษารถยนต์ที่มีการติดแก๊ส ไม่ว่ารถคันนั้นจะติดแก๊ส LPG หรือ NGV
มันก็ต่างมีความสำคัญในการดูแลทั้งนั้นและเหล่านี่เป็นเรื่องการดูแลรักษารถยนต์ติดแก๊สเราต้องทำอย่างไร
ควรที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงเสมอ
หลายคนเมื่อติดแก๊สไปนานๆจะชอบลัดขั้นตอนนี้ในการทำงานของเครื่องยนต์เพียงเพื่อประหยัดเงินไม่กี่บาท
ด้วยการสตาร์ทเครื่องยนต์ในระบบแก๊สทันทีตั้งแต่ตอนเช้า
วิธีดังกล่าวไม่ควรทำเนื่องจากเครื่องยนต์ควรสตาร์ทด้วยน้ำมันก่อนเพื่อให้มีการหล่อลื่นจากน้ำมันเชื้อเพลิง
เเละยังช่วยทำให้ระบบหัวฉีดน้ำมันได้ออกกำลังกายบ้าง ไม่ใช่ว่าใช้แก๊สอย่างเดียว
ทำให้เครื่องยนต์จะอยู่ในสภาพที่ดีกว่าเมื่อคุณใช้แก๊สตลอดเวลาเราต้องทำให้เป็นประจำอย่าลืม
เรื่องต่อมาคือควรหมั่นตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง หลายคน
มักมองข้ามเรื่องการตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องไปอย่างน่าเสียดาย ด้วยความเข้าใจ และคิดเอาเองว่า
เครื่องยนต์ยังทำงานปกติ ทั้งที่เมื่อใช้แก๊สมีความร้อนในห้องเผาไหม้สูงกว่ามาก
ซึ่งอาจจะทำให้น้ำมันเครื่องยนต์พร่องได้มากกว่าเมื่องานประจำ
และการตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องผ่านไม้วัด ยังพอจะบอกได้ถึงความผิดปกติของเครื่องยนต์
เเละนั้นบอกว่ารถคุณอาจจะต้องถึงวาระในการดูแลรักษาเครื่องยนต์แล้ว
ต่อมาคือต้องตรวจสอบระบบหล่อเย็นอยู่เสมอ เมื่อมีการเผาไม้ที่รนแรงมากขึ้นในเครื่องยนต์
สิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือระบบหล่อเย็น ที่ช่วยในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์
หลายครั้งที่เราพบว่ารถติดแก๊ส มีปัญหาในการทำงานจากระบบหล่อเย็น
หากพบว่าระบบหล่อเย็นมีความผิดปกติ ควรรีบจัดการเสียเลย
สิ่งต่อมาต้องตรวจท่อและข้อต่อระบบก๊าซอยู่เสมอ ก๊าซอาจจะอันตรายจริง แต่มันก็สามารถป้องกันได้
ด้วยการตรวจสอบก่อน โดยเฉพาะก๊าซมีกลิ่นเสมอ ดังนั้น ถ้าพบว่ารถมีกลิ่นก๊าซมากไป
เเละที่สำคัญอย่าลืมเช็คพวกท่อทางต่างๆ ซึ่ง ทำได้เพียงคุณใช้จมูก ดูตามจุดต่างๆ หรือถ้าคิดว่าไม่มั่นใจ
ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบดูก็ได้
สุดท้ายเเล้วต้องตรวจสอบน้ำมันให้ติดถังไว้ด้วย
เมื่อคุณใช้แก๊สก็มักจะลืมในการใช้น้ำมันไปเลยอันนี้ไม่ควรทำ และการใช้น้ำมันน้อยลง
ทำให้เรามักไม่ค่อยนึกถึงสภาพน้ำมันในถัง ทำให้น้ำมันเน่า
และมันคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ปั้มเชื่อเพลิงที่อยู่ในถังน้ำมันมักมีสภาพที่ไม่ดี
และเมื่อใช้งานก็อาจจะทำให้ชิ้นส่วนอื่นๆ เสียได้ โดยเฉพาะปั้มเชื้อเพลิงและหัวฉีด ดังนั้น
พยายามลดละจากแก๊สโซฮอลล์ เพื่อเลี่ยงปัญหานี้ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิง
และหันมาใช้มันบ้างเพื่อเป็นการรักษารถของคุณให้ใช้ได้นานๆ…

Read More

ซูเปอร์คาร์ McLAREN รุ่น 720S

คือรถสปอร์ตที่รวมเอาทุกสิ่งในจักรกลยานยนต์ความเร็วสูงที่คุณชื่นชอบมาใส่ไว้ทั้งหมด
การหลอมรวมเทคโนโลยีมารวมกันไว้ในรถคันนี้ ทำให้ความฝันของนักขับกลายเป็นความจริงได้อย่างน่าทึ่ง ลองคิดดู
สมมติว่าคุณชอบกินเค้กช็อกโกแลตก้อนโต แต่คุณยัดเค้กหมดทั้งก้อนเข้าปากไม่ได้
เพราะปากของมนุษย์ไม่ได้กว้างเหมือนจระเข้ ค่าย McLaren
คือแบรนด์ที่พยายามเสกเค้กก้อนโตนั้นให้พอดิบพอดีแล้วทำให้มันยัดเข้าปากคุณทั้งก้อนได้อย่างน่าอัศจรรย์
รถซูเปอร์คาร์รุ่น 720S นั้นใช้เครื่องยนต์ V8 ที่มีพลังมากกว่า 650S แต่กลับเบากว่าถึง 18 กิโลกรัม
(น้ำหนักรถเปล่าไม่รวมของเหลวหล่อลื่นและของเหลวในระบบระบายความร้อน 1,283 กิโลกรัม)
ความแรงของ 720S ทำให้ต้องออกแบบระบบหล่อเย็นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ภาพรวมของตัวรถลู่ลมขึ้นด้วยงานดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว และแม้จะลื่นลมขึ้นแต่กลับมีแรงกดหรือ Downforce มากขึ้น
แรงกดนั้นสำคัญมากเมื่อทำความเร็วทั้งทางตรงและโค้ง นอกจากเรื่องความแรงที่ทาบรัศมีรถสปอร์ตรุ่นพี่อย่าง
675LT ได้แล้ว ค่าย McLaren ยังเคลมว่าสปอร์ตคาร์รุ่นใหม่คันนี้ขับได้สบายขึ้น การนั่งที่พอดิบพอดีสบายพอๆ กับ
570GT ทัศนวิสัยก็ดีเยี่ยมอย่างกับนั่งอยู่ในรถ P51 Mustang รุ่นที่หลังคา Canopy ปูดโปนออกมาเห็นได้รอบทิศ
ซึ่งปกติซูเปอร์คาร์มักจะมีทัศนวิสัยด้านหลังย่ำแย่ห่วยแตกเต็มทนเนื่องจากการเอาเครื่องยนต์วางไว้กลางลำตัวและมันยังไม่ใช่แค่นั้น
ซุปเปอร์คาร์ที่โดนใจนักเลงรถ ต้องมีดีไซน์ที่ทำให้เด็กผู้ชายเห็นแล้วตาลุกวาว แม้ว่า McLaren
จะชอบออกแบบรถสปอร์ตให้ดูเรียบร้อยสะอาดสะอ้านแต่ก็เข้าใจว่าเสือที่ดีต้องซ่อนเล็บเอาไว้ภายในอุ้งเท้าและเล็บต้องคมกริบเสมอ
มองจากด้านข้าง ตามปกติ ซุปเปอร์คาร์จะต้องมีช่องรับอากาศด้านข้างโตๆ
โดยเฉพาะพวกที่วางตำแหน่งเครื่องยนต์เอาไว้ที่กลางลำตัว แต่รูปทรงของ 720S
กลับแบนติดดินและไหลลื่นจนมองไม่เห็นเครื่องยนต์ทั้งจากด้านหลังและด้านข้าง คุณจะต้องเดินเข้ามาใกล้ๆ รถ
แล้วมองลงไปที่ประตู ถึงจะเห็นว่าไส้ในของประตูคาร์บอนมันกลวง ในความกลวงนี้
บอดี้ของรถในส่วนนี้จะทำหน้าที่ลำเลียงอากาศเข้าสู่รูรับอากาศที่ซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียน
คุณต้องมองจากมุมหน้าเฉียงขึ้นด้านบนถึงจะเห็น นี่คือรายละเอียดที่มีความสลับซับซ้อนจากงานวิศวกรรมที่
McLAREN พยายามนำเสนอกับลูกค้าผู้แสนดีและมีเงินเยอะ (มาก)…

Read More

มือใหม่ควรรู้!3วิธีเลือกจักรยานไฮบริด

ปัจจุบัน แน่นอนว่า หลายค่ายยักษ์ใหญ่ ต่างผลิตจ้กรยาน ออกมาต่อเนื่อง ซึ่งทำให้มือใหม่หัดขับ อาจตัดสินใจไม่ได้ว่า
แท้จริงแล้ว เราควรเลือกใช้แบบไหน ดังนั้น วันนี้เราจะมีขจัดคำถามในใจเหล่านั้นหมดสิ้น
ก่อนอื่นต้องดูที่ เบรก เพราะเวลาที่เราขี่จักรยานไฮบริด พาร์ทที่สำคัญคือ เบรก เนื่องจากเอาไว้ควบคุมความเร็ว
หากต้องหยุดรถกะทันหัน ความรู้สึกสบายใจและความปลอดภัยของคนขับขี่เป็นจุดสำคัญที่ต้องพิจารณา
โดยในส่วนของ ประเภทเบรกของจักรยานไฮบริดแบ่งเป็น Rib brake และ Disc brake ขณะที่
เบรกที่เหมาะสำหรับนักปั่นมือใหม่คือ Disc brake
ที่ติดมาพร้อมกับจักรยานไฮบริดแม้ในวันที่ฝนตกพื้นถนนเปียกก็สามารถเบรกได้ดีแถมยังควบคุมความเร็วได้ง่าย
เหมาะสำหรับมือใหม่ นอกจากนี้ ปัญหาน้อยแถมยังดูแลได้ง่าย
อย่างนี้แม้แต่มือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถขับขี่ได้อย่างไร้กังวล
ตัวหมุนโรเตอร์ติดอยู่กับแผ่นเบรกที่เชื่อมต่อกับเพลาโดยตรงของ Disc brake จะมีราคาแพงกว่าพาร์ทของ Rib brake
แทนที่เราจะเลือกจักรยานไฮบริดรุ่นที่เราขี่แล้วรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเปลี่ยนมาเลือกแบบที่ขี่แล้วสามารถให้ความอุ่นใจ
ในเรื่องความปลอดภัยดีกว่า
ต่อด้วย ดูเรื่อง ความหนาของล้อ เพราะส่วนใหญ่แล้ว
สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ชินกับจักรยานไฮบริดอาจจะทรงตัวไม่ถนัด
เวลาที่ขี่อยู่บนถนนที่ไม่ค่อยเรียบคงแอบรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ไม่น้อย จุดสำคัญของปัญหานี้อยู่ที่ความหนาของยาง
ถ้ายางยิ่งหนาก็รู้สึกขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากนี้เมื่อเทียบกับยางที่บาง ยางที่หนาจะมีลมจะเข้าไปได้เยอะกว่าทำให้สามารถลดแรงกระแทกได้
และทำให้รู้สึกสบายตัวเวลาขับขี่
ดังนั้น หากคุณกำลังคิดว่าอยากจะขี่จักรยานไฮบริดไปทำงานหรือไปเรียนเป็นปกติในชีวิตประจำวัน
เรื่องความปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่แล้ว แต่ลองให้ความสำคัญกับเรื่องความสบายตัวเวลาขับขี่ด้วยก็จะยิ่งดี
ปิดท้ายกันที่ จำนวนเกียร์ ถ้าเป็นจักรยานไฮบริดที่มีชิ้นส่วนแบบเดียวกันกับกลุ่มจักรยานเสือภูเขา
ส่วนใหญ่จะเป็นเกียร์ที่ทนทานและสามารถปรับความเร็วได้หลายระดับ
ซึ่งประโยชน์ของมันก็คือ หากจำนวนเกียร์ยิ่งมากก็ยิ่งทำให้สามารถขี่บนพื้นถนนได้หลายแบบก็จริง
แต่โดยปกติแล้วเราคงไม่ปรับเกียร์ทั้งหมดที่ติดมากับจักรยาน จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีเกียร์มากนักก็ได้
จักรยานคันไหนที่มีเกียร์น้อย อาจจะรู้สึกขี่ง่ายกว่าด้วยซ้ำ เหนือสิ่งอื่นใดเราควรเลือกในแบบสไตล์ที่เราถนัด…

Read More

ความสำคัญของพวงมาลัยรถยนต์

พวงมาลัย รถยนต์ถือว่าเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ที่สำคัญชิ้นหนึ่งในรถยนต์เลยก็ว่าได้ เพราะ
พวงมาลัย รถยนต์ทำหน้าที่ควบคุมให้รถยนต์ไปตามทิศทางที่กำหนด
แต่ถ้าหากพวงมาลัยรถยนต์เกิดมีปัญหาขึ้นมา คงอันตรายไม่น้อย
ประเภทพวงมาลัยรถยนต์ ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 แบบ
1. ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก ระบบนี้จะใช้ ปั๊มไฮดรอลิกสร้างกำลังส่งไปกระปุกพวงมาลัย หรือ
แร็กพวงมาลัย เพื่อช่วยผ่อนแรงผู้ขับยามหักเลี้ยว โดยใช้แรงจากเครื่องยนต์หมุนผ่านสายพานมายังที่ปั๊มไฮดรอลิก
ข้อดีคือพวงมาลัยมีความแม่นยำสูง สร้างความมั่นใจในยามเข้าโค้ง ข้อเสีย
เนื่องด้วยระบบใช้น้ำมันในการถ่ายทอดกำลังดังนั้นเมื่อซีล-ท่อทางชำรุดย่อมเกิดการรั่วซึม
เมื่อใช้งานอย่าหมุนพวงมาลัยจนสุด ค้างไว้นานๆ เนื่องจากจะทำให้น้ำมันเพาเวอร์มีความร้อนและแรงดันสูง
จนอาจทำให้ระบบของพวงมาลัยเกิดความเสียหายได้
2. ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า EPS (Electric Power
Steering) ระบบนี้จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวสร้างกำลังช่วนผ่อนแรง เมื่อผู้ขับขี่หักพวงมาลัยจะมีเซ็นเซอร์
ตรวจจับก่อนส่งให้กล่องควบคุมสั่งการให้มอเตอร์ทำงาน ข้อดีของระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า
คือเมื่อใช้ความเร็วต่ำ พวงมาลัยจะเบามาก
แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงกล่องควบคุมจะสั่งการให้พวงมาลัยหนักขึ้นเพื่อความ
ปลอดภัยตามความเหมาะสมในช่วงความเร็วนั้น ๆ ทำให้ตัดปัญหาการรั่วซึมในระบบเพราะใช้มอเตอร์
ข้อเสียคือมีระยะฟรีและความแม่นยำน้อยกว่า ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก
สาเหตุที่ทำให้ พวงมาลัยเพาเวอร์ หนัก
-แรงดันลมยางต่ำหว่ามาตรฐาน ทำให้ยางรถยนต์แบนแนบและสัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้น
จึงเกิดความฝืดมากขึ้นตอนเวลาหมุน พวงมาลัย ส่งผลให้ พวงมาลัย หนัก
-ตั้งศูนย์ล้อไม่เท่ากัน ซึ่งทำให้เลี้ยวยากขึ้น และเมื่อรถวิ่งต้องรั้ง พวงมาลัย ให้แล่นตรงศูนย์
ส่งผลให้ผู้ขับขี่รู้สึกเมื่อยล้า
-ใช้ยางที่มีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน ซึ่งหน้ายางมีการสัมผัสกับพื้นถนนมากเกินไป
จึงทำให้การเลี้ยวต้องออกแรงมากกว่าปกติ
-ปริมาณน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ ขาด หรือรั่วไหลออกมา
-ปั้มเพาเวอร์ไฟฟ้าบกพร่อง
-เฟืองบังคับเลี้ยว หากเฟืองบังคับเลี้ยวขาดสารหล่อลื่น อาจทำให้เฟืองเกิดแห้งจนกระทั้งฝืด
ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที
ทำให้ พวงมาลัย หนักนั่นเอง
-สายพานหย่อน
-ข้อต่ออ่อนแกนพวงมาลัย ชำรุด ซึ่งเป็นอะไหล่ในระบบบังคับเลี้ยวนั่นเอง
ซึ่งหากพบว่าข้อต่ออ่อนแกน พวง
มาลัย ชำรุดควรรีบเปลี่ยนทันที
-กระปุก พวงมาลัย มีความฝืด เพราะขาดน้ำมันหล่อลื่น หรืออาจเกิดการรั่วไหลออกมาข้างนอก เป็นต้น…

Read More

เคารพกฏการจอดรถในหมู่บ้านเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ปัญหาของคนที่มีรถและบ้าน โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์ในกรุงเทพที่มีแต่ถนนแคบๆ
คือการไปจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น หรืออย่างที่เราได้เห็นในคลิปคุณป้าทุบรถที่เคยสั่นสะท้านวงการมาแล้ว
จนทำให้ตลาดที่อยู่บริเวณบ้านของคุณป้าทุบรถต้องปลิวหายไปเลย
เพราะว่าทำผิดกฏและสร้างความเดือดร้อนมากมายอย่างแสนสาหัสให้กับผู้อยู่อาศัย ดังนั้นเราจะเห็นได้เลยว่า
การจอดรถมันเป็นปัญหาที่ไม่ควรที่จะมองข้ามอย่างแท้จริง
ถ้าถามว่าการจอดรถหน้าบ้านนั้นผิดหรือไม่ หากเป็นบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านและมีนิติบุคคลคอยบริหาร
เราสามารถเข้าไปตรวจสอบกฎระเบียบของหมูบ้านก่อนเป็นอันดับแรก
เพื่อดูว่ามีข้อไหนอนุญาตให้จอดรถหน้าบ้านได้หรือไม่ หากไม่มีก็ค่อยๆ
มาดูว่ามีการกำหนดบทลงโทษเอาไว้หรือไม่ หากมีกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน
ก็ควรจะแจ้งกับนิติบุคคลให้เป็นฝ่ายจัดการ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีกว่าการพาตัวเองเข้าไปเผชิญหน้ากับเพื่อนบ้านตรงๆ
เพื่อลดการกระทบกระทั่งกันเหมือนที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ ในคลิปวีดีโอ
หลายคนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านทาวน์โฮม น่าจะต้องพบเจอปัญหาปวดหัวเรื่องการจอดของเพื่อนบ้านอยู่บ่อยๆ
เพราะหลายคนมักคิดว่าการจอดรถหน้าบ้านเป็นเรื่องปกติ และไม่ได้สร้างปัญหาให้กับใคร ทั้งที่จริงๆ
แล้วการจอดรถหน้าบ้านสร้างปัญหาให้กับเพื่อนบ้านอยู่บ่อยๆ เพียงแต่คนที่พบปัญหามักเลือกอยู่เงียบๆไม่ต่อความยาวสาวความยืดต่อไป
ซึ่งในความเป็นจริงกฎของหมู่บ้านแทบทุกหมู่บ้านต้องกำหนดกันเอาไว้อยู่แล้วว่าห้ามจอดรถหน้ารั้วบ้านของตัวเอง
เพราะพื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่บ้านตามโฉนดถือเป็นพื้นที่สาธารณะ
ดังนั้นจึงไม่ควรจะมีใครนำมาใช้ประโยชน์ส่วนตัวได้ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นเรื่องของสามัญสำนึกส่วนตัวล้วนๆ เลย
หากขาดจุดนี้ไปแล้วอาจะสร้างปัญหาในการอยู่ร่วมกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากปัญหาที่หนึ่งอาจลามไปสู่ปัญหาที่สอง
สาม และสี่ได้อย่างขาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ยิ่งถ้าบ้านของคุณนำรถไปจอดในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอาจกีดขวางการสัญจรไปมาของประชาชนทั่วไป
โดยให้เหตุผลว่าไม่มีที่จอดรถในบ้านแล้ว ก็ยิ่งผิดหนักตามกฎหมายอย่างชัดเจนตามมาตรา 385
เพราะอย่างที่กล่าวเอาไว้แล้วข้างต้นว่า ไม่มีใครที่มีสิทธิ์นำพื้นที่สาธารณะไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
โดยเฉพาะการจอดรถที่ไม่เพียงแค่กีดขวางการจราจรเท่านั้น
แต่ยังอาจะทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย…

Read More

ฟิล์มกับรถยนต์

ฟิล์มกับรถยนต์เป็นของคู่กันที่ขาดไม่ได้
เพราะฟิล์มมีหน้าที่ป้องกันความร้อนจากภายนอกสู่ตัวรถยนต์ได้ระดับหนึ่ง
ดดยปัจจุบันฟิล์มก้มีมากมายหลากหลายยี่ห้อด้วยกัน อีกทั้งยังมีราคาที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย
ประโยชน์ของฟิล์มติดรถ
1.ช่วยลดความร้อนภายในรถที่สูงขึ้น
เพราะประเทศไทยมีสภาพ อากาศที่มีอุณหภูมิสูง
และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆแม้กระทั่งในช่วงหน้าหนาวถึงอุณหภูมิจะไม่สูง มากนัก แต่แสงแดดก็ยังแรง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนเป็นระยะเวลานานๆ ก็มีโอกาสได้รับความร้อนจากแสงแดดมากกว่าปกติ
ฟิล์มจึงสามารถช่วยให้อุณหภูมิในรถลดลงได้กว่า 60%เลยทีเดียว
2.ช่วยลดแสงจ้า
ในภาวะที่แดดจัดๆ หรือแม้แต่ตอนเช้าที่แสงแดดอ่อนๆ แสงแดดที่ส่องเข้าตานั้น
ก็ยังเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องขับรถทุกคน เพราะการมองผ่านกระจกออกไปยังถนนที่แสงแดดจัดนั้น
เป็นสาเหตุให้ดวงตาเกิดความเครียด เมื่อยล้า สายตาเสีย ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้
ส่วนผู้ที่ขับขี่รถยนต์ที่ติดฟิล์มกรองแสงนั้น ก็จะเป็นการช่วยลดแสงจ้าทำให้ทัศนวิสัย
หรือการมองเห็นในขณะขับรถมีประสิทธิภาพเต็มที่
3.ป้องกันการแตกร้าวและซีดจาง
อันตรายจาก รังสี UV เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้วัสดุภายในรถยนต์ซีดจางและเสื่อมคุณภาพ ดังนั้น
การติดฟิล์มกรองแสงจะช่วยชะลอการซีดจางของวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งภายในรถยนต์
เป็นการรักษาและยืดอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นการช่วยป้องกันความเสียหายของวัสดุภายในรถไว้ได้
4.ช่วยลดอันตรายจากการแตกกระจายของกระจก
ในเวลาที่เกิด อุบัติเหตุ หากรถเกิดการเฉี่ยวชนจนกระทั่งกระจกแตกร้าว รถที่ติดฟิล์มที่ได้คุณภาพ
จะสามารถช่วยยึดเกาะเศษกระจกที่แตกไว้ด้วยกัน ไม่ให้ร่วงหล่นมาบาดโดนส่วนต่างๆ
ของร่างกายหรือทำอันตรายต่อผู้โดยสารเพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินได้
5.ช่วยให้ความเป็นส่วนตัว
เวลาที่คุณอยากกินข้าว แต่งหน้า หรือร้องเพลง ภายในรถ
ฟิล์มกรองแสงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยบดบังสายตามิให้บุคคลภายมองผ่าน เข้ามาในรถของท่าน
และไม่ให้คนร้ายมองเห็นของหรือทรัพย์สินมีค่าภายในรถของท่านได้
ฟิล์มติดรถที่นิยม
1. 3M รุ่น FX20 – 2068
2. Xtra-Cole รุ่น XC 20 NE – 1750
3. Lamina รุ่น ARL20C – 1628
4. Hi-Kool รุ่น MO 15 HC – 1514
5. FuchiCool รุ่น C 60 B – 1264
อย่างไรก็ตาม นอกจากการพิจารณาเลือกฟิล์มติดรถยนต์จากประสิทธิภาพการกันความร้อนแล้ว
สิ่งที่ควรดูเพิ่มเติมคือ การส่องผ่านของแสง เนื่องจากฟิล์มที่แสงส่องผ่านได้น้อย
จะส่งผลต่อทัศนวิสัยในการขับขี่โดยตรง และทำให้เกิดอันตรายได้ในหลายรูปแบบ…

Read More

โหลดเตี้ยอย่างไรให้รอดมือโปลิศ

การแต่งรถ ถือเป็นความชอบส่วนตัวปนความจำเป็นในการใช้งาน
แม้รถจากโรงงานหลากแบรนด์หลายยี่ห้อจะดีก็จริงแต่หลายคนยังชื่นชอบความเร็วที่มากกว่า
หลายคนชอบความบึกบึนที่ทรหดมากขึ้นการจะใช้ให้ได้ดังใจจึงต้องมีการต่อเติมเสริมแต่งกันบ้างเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรถซิ่ง รถแต่ง จะยกสูง โหลดเตี้ย โมเครื่องแรง โมเครื่องเสียงดัง ติดไฟใต้รถ ระเบิดท่อไอเสียก็แล้แต่ใจชอบ
ทว่าจะขับผ่านด่านทีไรก็ต้องเสียวสันหลังว่าจะโดนเรียกจอดมั้ยจะโดนปรับ เพราะดัดแปลงรถยนต์หรือไม่
บทความนี้เราจึงเตรียมข้อมูลที่จะช่วยขจัดปัญหาคับข้องใจต่างๆของบรรดาขาซิ่งสี่ล้อ ว่าควรแต่งรถอย่างไรให้รอดมือจากโปลิศ
รอดตัวจากการเสียค่าปรับ โดยจะว่ากันต่อที่หัวข้อ โหลดเตี้ยจุดโฟกัสของบรรดาขาซิ่งที่มักโดนเรียกจอดข้างทางบ่อยๆ
โหลดเตี้ยให้รอดมือโปลิศ
ความเข้าใจของบรรดาขาซิ่งเกี่ยวกับการนำรถยนต์ไปโหลดเตี้ย คือ เพื่อยึดเกาะกับถนน อีกทั้งยังได้ความดูดีดูเท่กว่าเดิมด้วย
แต่ในความเป็นจริงการโหลดเตี้ยไม่ได้ช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น หากคุณภาพยางรถยนต์ของคุณนั้นไม่ได้หรือต่ำกว่ามาตรฐาน
ส่วนวิธีการนำรถยนต์ไปโหลดเตี้ยก็มีหลากหลายวิธรแล้วแต่งบประมาณในกระเป๋า ตั้งแต่ถูกสุดอย่าง ตัดสปริงโช๊ค
ไปจนถึงการเปลี่ยนโช๊ค หรือใครหัวแหลมหน่อยจะเลือกติดสเกิร์ตรอบคันก็จะช่วยให้รถดูเตี้ยลงแบบไม่ต้องไปปรับแต่งใดๆ
แต่ที่เราอยากแนะนำสำหรับบรรดาขาซิ่งคือการเปลี่ยนโช๊คใหม่ เพราะสามารถปรับสูงต่ำได้ตามต้องการ
หากเงินในกระเป๋าหนาก็เลือกแบบปรับไฟฟ้าเลยไม่ต้องไปเสียค่าแรงปรับโช๊ค เพราะวิธีการยุ่งยากเอาเรื่อง
และต้องใช้ความชำนาญขณะที่วิธีการตัดสปริงเดิมเพื่อให้รถต่ำลงอันนี้ต้องเลือกร้านหรือช่างที่มีฝีมือหน่อย
เพราะต้องใช้วิธีการตัดทีละน้อยแล้วลองใส่ดูอันไหนไม่เท่ากันก็ตัดใหม่ จะได้ความสูงที่พอดีในราคาไม่แพง
แลกกับผลเสียที่ช่วงล่างของรถอาจไม่นิ่มเหมือนเคยอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะโหลดเตี้ยแค่ไหน
ก็ต้องคำนึงกับกฎหมายเมืองไทยด้วยเพื่อให้รอดพ้นจากการโดนใบสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยกฎหมายเกี่ยวกับการโหลดรถ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ระบุชัดเจนว่ารถที่โหลดเตี้ยจะโหลดแค่ไหนก็ได้
แต่วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนจะต้องมีระยะไม่ต่ำกว่า 40 เซนติเมตรหากต่ำกว่านั้นถือว่าผิดกฎหมาย หากไฟหน้าสูง
แต่รถยนต์ใส่สปอยเลอร์จนแทบลากพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจนายช่างตรวจสภาพกรมการขนส่งทางบก ผู้วินิจฉัยผล ตรอ.
เป็นผู้พิจารณาว่ามีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือสร้างความเดือดร้อนให้ตนเอง และผู้อื่นหรือไม่ แค่ไหน
หากพิจารณาว่าเสี่ยง ก็จะถือว่าผิดได้เช่นกันครับผม…

Read More

ย้อนดูประวัติความเป็นมาของ โลโก้ “Benz”

ถึงแม้ดีเอ็มจีจะประสบความสำเร็จกับชื่อทางการค้าแต่ยังไม่สามารถหารูปแบบเครื่องหมายการค้าได้
พอลและอดอล์ฟ (Paul and Adolf Daimler)บุตรชายทั้งสองของเดมเลอร์ ซึ่งดูแลธุรกิจในขณะนั้น
ระลึกขึ้นได้ว่าบิดาเคยใช้ดวงดาวเป็นสัญลักษณ์มาก่อน กอตต์ลีบ เดมเลอร์
ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของโรงงานผลิตเครื่องจักรกลแห่งเมืองด้อยซ์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1872-1881 เมื่อแรกเริ่มทำงานที่นั่น
เขาเคยนำรูปดาวไปติดเหนือหลังคาบ้านตรงจุดที่มองเห็นวิวของเมืองโคโลญจน์และด้อยซ์ และได้เขียนจดหมายบอกภรรยาว่า
สักวันหนึ่งดาวดวงนี้จะเปล่งประกายเหนือโรงงานของเขาเองเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์
กรรมการบริษัทดีเอ็มจีรับข้อเสนอความคิดดังกล่าวในทันทีและได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปดาวสามแฉก
และสี่แฉกขึ้นในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1909 ถึงแม้ทั้งสองรูปแบบจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย
แต่ก็มีการใช้เพียงรูปดาวสามแฉกซึ่งได้ติดตั้งอยู่เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นเหนือกระจังหม้อน้ำหน้ารถ
นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1910 เป็นต้นมา
ดาวสามแฉกซึ่งมุ่งหมายว่าจะเป็นสัญลักษณ์อันมุ่งมั่นของเดมเลอร์ในการเป็นเจ้ายานยนต์ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ
โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นได้มีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมนิดๆหน่อยๆ ในปี
ค.ศ.1916 ดาวสามแฉกหรือชื่อโรงงานของดีเอ็มจีที่อุนเตอร์ทูร์ไคม์ (Untertuerkheim)
หรือที่เบอร์ลิน-มาเรียน เฟลเด (Berlin-Marienfelde)
ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1921 ดีเอ็มจียื่นจดทะเบียนลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในรูปดาวสามแฉกในวงแหวนแบบสามมิติ
ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่ตั้งใจให้นำไปใช้บนกระจังหม้อน้ำหน้ารถด้วย
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลคุ้มครองทางกฎหมายไม่ให้มีการนำตราสัญลักษณ์ไปแต่งเติม
โดยต่อมาในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1923 การจดลิขสิทธิ์ก็ได้รับอนุมัติให้มีผลสมบูรณ์
ดวงดาวที่ส่องนำทางนักขับทั่วโลกช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
ได้เกิดสภาวะเงินเฟ้อ และการค้าตกต่ำ โดยเฉพาะการขายสินค้าฟุ่มเฟือย
เช่นรถยนต์ อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ จึงทรุดตัวลงไปด้วยเหลือเพียงบริษัทที่มีพื้นฐานการเงินดี
และมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะมีโอกาสอยู่รอด
บางบริษัทจึงจำเป็นต้องรวมกิจการกับที่อื่นหรือไม่ก็ต้องร่วมเป็นพันธมิตรการค้ากัน ด้วยเหตุนี้เอง
บริษัทซึ่งเคยเป็นคู่แข่งกันมาก่อนอย่างดีเอ็มจี และเบนซ์ ซีจึงได้รวมกิจการกันในปี ค.ศ.1924
ด้วยวัตถุประสงค์ในการปรับมาตรฐานการออกแบบและการผลิตรวมทั้งร่วมมือจัดซื้อ จัดจำหน่าย และโฆษณา
เพื่อให้ยังคงแข่งขันและยืนหยัดอยู่ในสถานการณ์นั้นได้อย่างไรก็ดี ทั้งสองบริษัทยังคงใช้เครื่องหมายการค้าคนละแบบ
แม้จะมีความร่วมมือในการด้านการตลาดสองปี ต่อมาในเดือนมิถุนายน ปีค.ศ.1926
บริษัทรถยนต์เก่าแก่ทั้งสองรายจึงได้รวมเป็นบริษัทเดียวกันภายใต้ชื่อ
เดมเลอร์-เบนซ์ เอจี ด้วยเหตุนี้จึงมีการออกแบบเครื่องหมายการค้าใหม่ขึ้นมา
โดยนำเอาลักษณะเด่นในสัญลักษณ์ของทั้งสองมาใช้
ดาวสามแฉกอันเลื่องชื่อของดีเอ็มจีจึงถูกล้อมรอบด้วยชื่อ เมอร์เซเดส และเบนซ์
ซึ่งลือลั่นไม่แพ้กัน โดยมีช่อชัยพฤกษ์เป็นตัวเชื่อม…

Read More

รถยนต์ เข้าอู่หรือศูนย์ดีกว่ากัน

รถยนต์ นอกจากจะต้องคอยดูแลรักษาภายนอกให้ดีแล้ว เมื่อถึงเวลา เช็กระยะ ตามหลักกิโลเมตร
หรือตามระยะเวลาที่กำหนด ก็สมควรที่จะนำเข้าไปตรวจเช็กดูทันที
ไม่ควรปล่อยปละละเลยเพื่อสมรรถณะที่ดีของรถยนต์รถทุกรุ่นทุกยี่ห้อจะมีการรับประกันการใช้งาน
รวมถึงการประกันคุณภาพของอุปกรณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผลิตและการประกอบของรถยนต์
ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของรายละเอียดต่างๆไม่ว่าจะการรับประกันคุณภาพ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
การตรวจเช็คระยะทาง ผู้ประกอบการจะเป็นผู้กำหนดเมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายและรถยนต์ยังอยู่ใน
ระหว่างการประกัน ควรนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการเพื่อให้ทางศูนย์ได้ตรวจสอบคุณภาพและดูแล เท่านั้น ดังนั้น
ผู้ที่มีรถยนต์ที่มีประกันอยู่แต่ในปัจจุบันอู่ซ่อมรถยนต์ตามจุดต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีอยู่หลายระดับด้วยกัน  ผลงานและฝีมือของช่าง
เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงคุณภาพของอุปกรณ์หรืออะไหล่รถยนต์
การคิดราคาค่าแรงย่อมมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้น
ก่อนที่จะเข้าใช้บริการสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เจ้าของรถยนต์จะต้องทำคือ
ตรวจสอบเช็ครถก่อนว่าสภาพรถยนต์ของเรานั้นเป็นแบบไหน เลขไมล์เท่าไหร่ น้ำมันรถยนต์อยู่ในระดับไหน
เพราะบางอู่ช่างซ่อมมักจะแอบเอารถยนต์ที่ซ่อมออกไปใช้งาน ซึ่งหากเรามีการตรวจเช็คสภาพรถก่อนเข้าอู่ซ่อม
เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นจะได้มีหลักฐานแสดงกับเจ้าของอู่ได้ว่ารถยนต์ ข้อดีของการใช้บริการอู่ซ่อมทั่วไป คือ
ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง

สิ่งที่ควรเช็คเมื่อรถใกล้หมดประกัน
1.ยาง ปกติยางรถยนต์จะสามารถใช้งานได้ราว 50,000 กิโลเมตรเป็นอย่างน้อย
ถ้าไม่ติดว่ายางเสียงดังหรือมีรอยรั่วมา และอาจยืดอายุได้ถึง 70,000 – 100,000 กิโลเมตร
2.แบตเตอรี่ แบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานราว 2 ปี หรือน้อยกว่านั้น ดังนั้น
เมื่อพ้นระยะรับประกันก็ควรเช็คสภาพแบตเตอรี่ได้แล้ว ว่ายังมีประสิทธิภาพการเก็บไฟเหมือนเดิมหรือไม่
3.ไส้กรองแอร์ ปกติไส้กรองแอร์ควรเปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร ดังนั้น เมื่อครบระยะหนึ่งแสนโล
ก็ควรจับเปลี่ยนอีกครั้ง เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของคนที่ต้องใช้รถทุกวัน
4.หัวเทียน ควรเปลี่ยนทุกระยะประมาณ 40,000 กิโลเมตร แล้วแต่ชนิดของหัวเทียน
หากพบว่าเร่งแล้วมีอาการเครื่องสะดุด เดินไม่เรียบ อาจมีอาการมาจากหัวเทียน
5.สายพาน สายพานต่างๆ เช่น สายพานไทม์มิ่ง สายพานหน้าเครื่อง จะมีระยะเวลาการเปลี่ยนอยู่แล้ว หากพ้น 1
แสนโลเป็นต้นไป และยังไม่เคยทำการเปลี่ยน ก็ลองเช็คให้ดีว่าสายพานยังคงตึง ไม่ขาดหากพบว่าสึกหรอก็ควรรีบเปลี่ยนทันที
6.ยางขอบประตู รถที่ใช้ไปนานๆ ยางขอบประตูจะมีการเสื่อมสภาพจนทำให้มีเสียงเล็ดลอดจากภายนอกเข้ามาได้
หากทนไม่ไหวจริงๆให้จับเปลี่ยนยางขอบประตูเหล่านี้ จะช่วยลดเสียงรบกวนลงได้ครับ
7.ไฟส่องสว่าง ควรเช็คไฟส่องสว่างรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าหรือไฟท้าย
หากพบว่ามีหลอดใดหลอดหนึ่งขาดควรรีบเปลี่ยนทันที แต่หากเป็นไฟแบบ LED อาจต้องซื้อทั้งชุดมาเปลี่ยนแทน
อย่างไรก็ตาม การซ่อมรถที่ศูนย์บริการและอู่ซ่อมทั่วไปนั้นก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไรในด้านคุณภาพ
อีกทั้งค่าใช้จ่ายและค่าแรงในการซ่อมแต่ละประเภทมีการกำหนดราคาที่ชัดเจน ไม่มีการคิดราคาเพิ่ม  เครื่องมือ
อุปกรณ์อะไหล่ได้มาตรฐานและครบครัน และอุปกรณ์บางรุ่นบางยี่ห้อมีการรับประกันคุณภาพสินค้า
รวมถึงการตรวจซ่อมรถยนต์ที่ใช้เวลาไม่นานนัก
ดังนั้นจึงขึ้นอยู่ที่ผู้ใช้บริการและความสะดวกและสบายใจของเจ้าของรถ…

Read More