5 อันดับรถประหยัดน้ำมันมากที่สุด

แน่นอนว่า ในช่วงที่ประเทศไทยเศรษฐกิจไม่ดีอย่างนี้ การอยู่แบบพอเพียง คงเป็นหนึ่งในหลักคุณธรรม
ที่ควรนำออกมาใช้มากที่สุด เช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำมันโลก ที่ส่งผลให้ น้ำมันในประเทศ แพงไปด้วย
เวลาเราเลือกซื้อรถยนต์เป็นยานพาหนะ คุณสมบัติแรกๆ ที่เราต้องดูคือเรื่องการประหยัดน้ำมันหรือเชื้อเพลิง และนี่คือ

5 รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุด
เริ่มต้นที่ Suzuki Celerio ว่ากันว่า ประหยัดน้ำมันได้สูงสุด 25 กม./ลิตร โดยเป็นรถระบบ Eco-Car แฮต์ชแบ็กขนาด 5
ประตูรุ่นแรกที่ในกลุ่มรถประหยัดที่ใช้เครื่องยนต์ K10B 3 สูบ 12 วาล์ว VVT ขนาด 1.0 ลิตร 68 แรงม้า
จากการทดสอบวิ่งเฉลี่ยทั้งนอกและในเมือง ณ จังหวัดเชียงใหม่สามารถประหยัดน้ำมันบนมาตรวัดได้สูงถึง 25.5
กม./ลิตร (แต่เมื่อใช้งานในเมือง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15-16 กม./ลิตร)
ต่อด้วย Mazda2 Diesel ที่ว่ากันว่า ประหยัดน้ำมันสูงสุด 26.3 กม./ลิตร ซึ่งในส่วนของ มาสด้า 2
เป็นรถแบบสกายแอคทีฟใหม่ มาพร้อมตัวถัง 2 แบบ แฮตช์แบ็ก 5 ประตูและซีดาน 4 ประตู
รุ่นแรกของโลกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ในรถขนาดเล็กของญี่ปุ่นระดับเดียวกัน
และแม้จะให้ความประหยัดมากถึง 26.3 กม./ลิตร (ตัวเลขทดสอบจากโรงงานผู้ผลิต)
แต่ได้ความแรงจากเครื่องยนต์คอมมอนเรลเทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว ขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดมหาโหดเกินตัวที่ 250 นิวตันเมตร
เทียบเท่ารถเบนซินขนาด 2.5 ลิตร ! และยังปล่อยมลพิษ (CO2) ต่ำเพียง 100 กรัม/กม. ผ่านมาตรฐานไอเสีย ยูโร 5(Euro5)
จากนั้นมากันที่ Lexus CT200H ประหยัดได้สูงสุด 26.32 กม./ลิตร รุ่นนี้เป็นรถ Compact Premium ขนาด 5
ประตูรุ่นแรกของเลกซัส ที่ผลิตออกมา โดยออกแบบและสร้างสรรค์ตามปรัชญา "Yet Philosophy&quot
อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้รูปลักษณ์ของ CT200h มีเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว และเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น
เครื่องยนต์เป็นแบบ 2ZR-FXE ขนาด 4 สูบ 1.8 ลิตร แบบ Atkinson Cycle พร้อมระบบปรับองศาวาล์วแปรผัน VVT-I
และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงม้าสูงสุด 134 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 18-19 กม./ลิตร
(แต่ที่เมืองนอกทดสอบมา สามารถประหยัดได้ถึง 26.32 กม./ลิตร)
และ BMW 320D Luxury ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 27 กม./ลิตร
รถขนาด Compact จากค่ายใบพัดฟ้าขาว ที่เน้นเกาะกระแสรถยนต์เครื่องดีเซลคอมมอนเรล
พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งคัน ที่สำคัญ รถรุ่นนี้ยังประกอบในไทย มาพร้อมเครื่องยนต์แบบขนาด 2.0 ลิตร DOHC
16 วาล์ว 190 แรงม้า แบบ TwinPower Turbo พร้อมระบบเกียร์ 8 สปีด Steptronic ใหม่
ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 16-17 กม./ลิตร แต่ตัวเลขที่สามารถทำได้ประหยัดที่สุดคือ 27 กม./ลิตร
ปิดท้ายกันที่ BMW 330e M Sport แม้ราคาจะสูงประมาณ 3 ล้านกว่าบาท แต่ว่ากันว่า นี่เป็นรถยนต์
ที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุด (ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 41 กม./ลิตร) โดย BMW 330e M Sport รถยนต์ Plug-In
Hybrid เน้นโชว์ความประหยัดน้ำมันด้วยเทคโนโลยี i Performance ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร
ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo อันโด่งดัง การันตีได้จากรางวัล International Engine of the Year
มาแล้วถึง 2 ครั้ง ให้แรงม้าสูงสุด 184 แรงม้า ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจัดกำลังเพิ่มเติมสูงสุดให้ 88 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด
250 นิวตันเมตร ทำงานประสานกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Triptronic และ Paddle Shift บริเวณพวงมาลัย
ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 41 กม./ลิตร! ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. เรียกได้ว่า ครบเครื่องสุดๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *