สีรถยนต์ เรื่องที่ต้องระวังในหน้าฝน

ในฤดูฝนที่น้องนองชุ่มช่ำเต็มไปหมดหลายคนคิดว่าการล้างรถคือการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
เพราะนอกจากจะเสี่ยงสกปรกในทันทีที่ขับขี่ออกไปบนถนนยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินทองโดยไม่จำเป็น
เรียกว่าเป็นเรื่องที่ไม่คิดว่าจะส่งผลเสียอย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงการไม่ล้างรถในหน้าฝน
เพียงเพราะกลัวจะเสียแรง, เสียเงิน หรือเสียเวลาเปล่าถือเป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ สำหรับผู้ขับขี่ทุกคน
เพราะมันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเงางามของสีรถโดยเฉพาะผู้ขับขี่ในเมืองหลวงของไทย
อย่างกรุงเทพมหานคร การเมินเฉยต่อการล้างทำความสะอาดรถถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากต่อการปล่อยให้สีรถเสื่อมสภาพ
เพราะน้ำที่เจิงนองถนนนั้นเต็มไปด้วยมลพิษ ฝนเองก็เป็นกรดกัดสีรถแน่นอน
ส่วนวิธีการล้างรถในช่วงหน้าฝนแบบไม่สิ้นเปลืองพลัง, เวลาและเงินทอง ก็ง่ายๆ แค่ใช้สายยางฉีดไล่คราบน้ำฝน คราบสกปรก
แล้วหาผ้าสะอาดๆ สำหรับเช็ดรถ เช็ดให้หมดจดก็ช่วยรักษาสีรถใหม่เอี่ยมอ่องอยู่เสมอ
นอกจากนี้การใช้สายยางฉีดน้ำล้างรถง่ายๆ แบบนี้ยังช่วยลดการเกิดคราบฝังแน่น ไม่ให้เกาะเกรอะกรัง
จนกลายเป็นคราบฝังแน่นที่ล้างไม่ออกสุดท้ายต้องมากุมขมับควักเงินเป็นหมื่นเพื่อทำสีรถใหม่
เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสียขณะเดียวกันหากคุณเพิ่งขับขี่รถออกไปลุยน้ำลุยโคลนมา
อย่าพยายามจอดรถตากแดดเป็นอันขาดเพราะจะเป็นการทำร้ายสีรถซ้ำหนักเข้าไปอีก
เนื่องแสงแดดจะทำให้น้ำฝนแห้งเป็นคราบฝังตัวแน่นและอาจกัดลงลึกถึงเนื้อสีได้
เท่านั้นไม่พอ สำหรับคนที่รักรถมากเกินไปจนลืมตัวขอให้ทราบไว้เลยว่าไม่ควรนำผ้าแห้งมาเช็ดรถในทันทีหลังลุยฝนมา
เพราะเป็นสาเหตุก่อให้เกิดรอยขีดข่วนได้เนื่องจากขณะที่เราขับรถลุยฝนนั้น จะมีฝุ่น ทราย โคลน
เกาะที่ผิวรถ ดังนั้นควรฉีกล้างออกก่อนจะเป็นการดีที่สุดเช่นเดียวกันกับผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบการล้างรถด้วยตัวเอง
หน้าฝนนี้ก็ไม่ควรล้างรถเองในช่วงเย็นๆ ค่ำๆเพราะบางครั้งน้ำที่ตกค้างอยู่ตามซอก
ซึ่งเราอาจทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงอาจเป็นสาเหตุทำให้รถเป็นสนิมได้
ปิดท้ายที่เทคนิคการจอดรถในหน้าฝนผู้ขับขี่ไม่ควรจอดรถใต้ร่มไม้ที่มียางเกสร ดอก หรือผล
เพราะในฤดูฝนมักมีลมกรรโชกแรงนอกจากต้นไม้จะหักหรือล้มมาโดนรถเราได้แล้วสิ่งดังกล่าวอาจจะปลิวมาติดรถ
และทำให้สีรถเสียหายเกิดรอยด่างได้ หากเราไม่แก้ไขในทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *