รู้จัก NIO รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่จะมาโค่น Tesla

หากเอ่ยถึงวงการรถยนต์ไฟฟ้า เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าTesla ของ Elon Musk ที่เพิ่งเดินทางมาช่วย “หมูป่า”
ออกจากถ้ำนางนอน คือขาใหญ่ประจำตลาดโลกเพราะพวกเขาให้การศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
และเป็นความหวังของการคมนาคมยุคใหม่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ Tesla
ดูเหมือนจะไม่ใช้บริษัทเดียวเสียแล้วที่หวังเคลมธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อชาติมหาอำนาจของเอเชียอย่าง จีน
ได้เริ่มต้นโปรเจ็กต์นี้เช่นกันและปัจจุบันก็มีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
หนึ่งในนั้นคือ NIOที่นิยามตัวเองว่าเป็นบริษัทรถยนต์ยุคใหม่
ซึ่งไม่ได้แค่จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับนวัตกรรมและดีไซน์สุดล้ำ หากแต่ใส่บริการสุด Premium เข้าไปด้วย
และนั่นดูเหมือนจะเป็นสาเหตุหลักที่พวกเขากำลังไปได้สวยในตลาดโลก
โดยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ NIOสามารถส่งมอบให้กับผู้ส่งจองคือ ES8 รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ
Battery Electric Vehicle (BEV) ที่มากับรูปลักษณ์ SUV ขนาด7 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้น (ไม่รวมค่าสนับสนุนของรัฐบาล) ที่ 4.48แสนหยวน
ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2.2 ล้านบาท ถือว่าถูกกว่า ModelX ของ Tesla ที่ออกวางจำหน่ายในประเทศจีน
ถึงเท่าตัวเลยทีเดียว แถมสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้า ES8 ของNIO ก็ไม่ได้ด้วยกว่า Model X ของ Tesla ด้วย
คุณสมบัติคร่าวๆ ของ ES8 ที่ NIO ทยอยส่งให้ลูกค้า จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2561
ที่มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน 4
ล้อตลอดเวลา รีดกำลังขับเคลื่อนสูงสุด 643 แรงม้า
และแรงบิดสูงสุด 840 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน
4.4 วินาที และเมื่อชาร์จเต็มก็สามารถวิ่งได้ระยะทางราว 350 กม. ส่วนการแต่งภายในของ NIO
มาพร้อมกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ
ที่สามารถเรียนรู้รูปแบบการขับขี่ได้ด้วยตัวเอง, เทคโนโลยีArtificial Intelligence (AI) ในรถยนต์ NOMI
ที่ช่วยให้บรรยากาศในการโดยสารไม่เหมือนเดิม รวมถึงเทคโนโลยีการชาร์จไฟ, การเปลี่ยนแบตเตอรี่
และการดูแลลูกค้าที่ไม่เคยมีรถยนต์ค่ายไหนทำมาก่อน อย่างไรก็ตาม การทำตลาดของ NIO
จะเน้นจำหน่ายในประเทศจีนเป็นหลัก เพราะต้องการขยายฐาน และเพิ่มกำลังการผลิตให้แข็งแกร่ง
จากนั้นจึงขยายไปยังตลาดโลกช่วงปี 2563 ซึ่ง สหรัฐอเมริกา คือเป้าหมายแรกๆ ของทางบริษัท
นั่นทำให้คาดกันว่า NIO จะเป็นอีกแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจในตลาดโลก
เพราะด้วยการออกแบบและการวางตัวเองเป็นบริษัทรถยนต์ยุคใหม่ เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมล้ำยุค
อีกทั้งยังเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง EP9แต่หากใครคิดจะจับจองเจ้า EP9
เราต้องขอบอกว่าสายไปเสียแล้วเนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ผลิตเมื่อปี 2559 และเปิดขายแค่ 16คัน ในปี 2560 ด้วยราคาเกือบ 50 ล้านบาท
แลกกับกำลังขับเคลื่อนสูงสุด 1,360 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม.ได้ภายใน 2.7 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 313 กม./ชม.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *